xs
xsm
sm
md
lg

2 อ่างยักษ์แปดริ้ว! “คลองสียัด-คลองระบม”กลับสู่ภาวะปกติ หลังไร้ฝนใหญ่ตกเติมลงท้ายเขื่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉะเชิงเทรา – 2 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เมืองแปดริ้ว “คลองสียัด-คลองระบม” หมดฤทธิ์น้ำล้นสปิลเวย์ หลังไม่มีฝนตกหนักเติมน้ำเหนือเขื่อน ระดับน้ำลดต่ำกว่าสันฝายจนไม่มีน้ำไหลผ่านลงสู่พื้นที่ตอนล่าง ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในหลายอำเภอคลี่คลายแล้วกว่า 80% ประชาชนส่วนใหญ่กลับเข้าบ้านได้ตามปกติ แต่บางพื้นที่ยังมีน้ำขังเน่าเสีย โดยเฉพาะแนวรอยต่อ จ.ปราจีนบุรี และนครนายก

วันนี้( 1 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำใน จ.ฉะเชิงเทรา พบว่า อ่างเก็บน้ำคลองสียัด ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ และอ่างเก็บน้ำคลองระบม ต.ทุ่งพระยา อ.สนามชัยเขต มีระดับน้ำลดต่ำกว่าสันฝายสปิลเวย์แล้วทั้ง 2 แห่ง ส่งผลให้ไม่มีน้ำล้นผ่านทางระบายน้ำลงสู่พื้นที่ด้านล่าง เหลือเพียงน้ำรั่วซึมไหลผ่านเล็กน้อยเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย. 2569 อ่างเก็บน้ำคลองสียัด ซึ่งมีความจุสูงสุด 420 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีความจุมากที่สุดในภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำเต็มความจุและล้นสปิลเวย์เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 ขณะที่อ่างเก็บน้ำคลองระบม ซึ่งมีความจุ 55.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็มีปริมาณน้ำเต็มความจุเช่นเดียวกัน

มวลน้ำจำนวนมากที่ไหลผ่านสปิลเวย์ของอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่ง ส่งผลให้พื้นที่ตอนล่างหลายอำเภอได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นวงกว้าง โดยบางจุดมีน้ำท่วมขังในระดับสูงต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย น้ำในพื้นที่รับน้ำตอนปลายก่อนระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกงผ่านคลองสาขาต่าง ๆ ลดระดับและแห้งลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในพื้นที่ ต.เสม็ดเหนือ ต.เสม็ดใต้ และ ต.สาวชะโงก อ.บางคล้า รวมถึง ต.คลองขุด และ ต.ดอนทราย อ.บ้านโพธิ์ ตลอดจน ต.คลองนา ต.บางตีนเป็ด ต.บางไผ่ และ ต.คลองจุกเฌอ

บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวส่วนใหญ่มีน้ำลดลงจนเกือบหมดแล้ว คิดเป็นกว่า 80% ของพื้นที่ที่เคยประสบอุทกภัย ขณะที่ยังมีน้ำท่วมขังในบ้านเรือนบางหลัง พื้นที่ลุ่มต่ำ ท้องทุ่ง และพื้นที่เกษตรกรรมบางส่วน รวมถึงมีน้ำปริ่มตามขอบถนนบางสาย แต่ภาพรวมถนนทุกเส้นทางสามารถสัญจรผ่านได้แล้ว

ส่วนจุดที่ยังมีน้ำขังเป็นเวลานาน พบว่าน้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำและสีน้ำตาลเข้ม บางแห่งมีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มกลับเข้าอยู่อาศัยในบ้านเรือนได้ตามปกติแล้ว   อย่างไรก็ตาม พื้นที่ฝั่งรอยต่อ จ.ปราจีนบุรี และนครนายก ยังมีน้ำท่วมขังสะสมเป็นเวลานาน จนเกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและเปลี่ยนเป็นสีดำ ประชาชนบางส่วนได้รับความเดือดร้อนจากอาการตุ่มคันตามผิวหนัง

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนตั้งข้อสงสัยว่า มวลน้ำที่ไหลมารวมกันในพื้นที่อาจปะปนกับขยะหรือกากอุตสาหกรรมจาก จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการแพร่กระจายของขยะและกากอุตสาหกรรมอยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังต้องรอการตรวจสอบและผลวิเคราะห์คุณภาพน้ำ เพื่อยืนยันสาเหตุอย่างชัดเจน