ปราจีนบุรี - เจ้าหน้าที่สนธิกำลังหลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการต้องสงสัยลักลอบบดย่อยสายไฟใน อ.กบินทร์บุรี หลังพบเบาะแสการร่อนแยกทองแดงจากเศษสายไฟด้วยน้ำ แม้ขณะเข้าตรวจไม่พบการประกอบกิจการ แต่พบเปลือกสายไฟที่ผ่านการบดย่อยแล้วบรรจุถุงบิ๊กแบค 160 ถุง เจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดของกลาง พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจสารอันตราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจและหน่วยเคลื่อนเร็วด้านโรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้การอำนวยการของนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นำโดยนายธรรมรัฐ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี กอ.รมน.จังหวัดปราจีนบุรี และองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบกิจการต้องสงสัย บ้านเลขที่ 205 หมู่ 2 ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบไม่พบการประกอบกิจการในขณะเข้าตรวจสอบ โดยสอบถามประชาชนที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า สถานประกอบกิจการดังกล่าวหยุดดำเนินการมาแล้วประมาณ 2-3 เดือน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบร่องรอยลักษณะการประกอบกิจการร่อนและคัดแยกเศษโลหะ โดยเฉพาะทองแดงจากสายไฟด้วยน้ำ มีการใช้เครื่องจักรรวมกำลัง 39.5 แรงม้า ซึ่งไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 แต่ภายในสถานที่พบเปลือกสายไฟฟ้าที่ผ่านการบดย่อยแล้ว บรรจุอยู่ในถุงบิ๊กแบคจำนวน 160 ถุง
ผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า สถานที่ดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าของเก่าและถ่านหุงต้ม แต่ลักษณะการดำเนินกิจการไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังไม่มีการขออนุญาตใช้อาคาร โดยองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียนจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรีได้เน้นย้ำให้องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียน ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด
ด้านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีได้ดำเนินการตรวจยึดและอายัดวัสดุ สิ่งของ และเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อตรวจสอบ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 54 (3) แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และมาตรา 35 (3) แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 พร้อมมีคำสั่งให้ระงับการกระทำที่อาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน และมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย รวมถึงห้ามเคลื่อนย้าย ทำลาย หรือทำให้ของกลางสูญหาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเก็บตัวอย่างเศษสายไฟที่ผ่านการบดย่อยแล้ว ส่งศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จ.ชลบุรี ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบและสารอันตราย เพื่อนำผลตรวจไปประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน เพื่อสืบสวนหาแหล่งที่มาของเศษสายไฟและผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรีเตรียมเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณโดยรอบสถานประกอบกิจการ เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป


