ตราด - ประธานชมรมท่องเที่ยวเกาะกูดเรียกร้องรัฐและเอกชนร่วมบริหารจัดการนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น หวั่นเกินขีดความสามารถในการรองรับ กระทบสิ่งแวดล้อมและเสน่ห์ธรรมชาติ พร้อมชูยุทธศาสตร์ “Premium Island” เน้นท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้ควบคู่ความยั่งยืนของชุมชน
นางสาวพลับพลึง เพิ่มทรัพย์ ประธานชมรมท่องเที่ยวอำเภอเกาะกูด จ.ตราด เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวบนเกาะกูดหลังผ่านวิกฤตโควิด-19 ว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวยุโรปที่นิยมเดินทางมาพักผ่อนระยะยาว ส่งผลให้ธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้การเดินทางและระบบสาธารณูปโภคบนเกาะจะได้รับการพัฒนาจนสะดวกสบายมากขึ้น แต่ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น กำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากอาจเกินขีดความสามารถในการรองรับของพื้นที่ (Carrying Capacity) ทั้งด้านที่พัก ร้านอาหาร และทรัพยากรธรรมชาติ
นางสาวพลับพลึงกล่าวว่า ปัจจุบันมีเรือโดยสารข้ามฟากให้บริการประมาณ 4-5 บริษัท ขณะที่การเดินทางบนเกาะมีรถสองแถวรับส่งนักท่องเที่ยวถึงที่พัก ช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในการเดินทาง แต่ต้องการให้ผู้ประกอบการเรือโดยสารร่วมกันพิจารณาปรับจำนวนเที่ยวเรือให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่
เนื่องจากกังวลว่าหากปล่อยให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาพร้อมกันเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดความแออัดและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เหมือนบทเรียนจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่ต้องใช้มาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในภายหลัง
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางยกระดับเกาะกูดสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับพรีเมียม หรือ “Premium Island” มุ่งเน้นการท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าปริมาณ ลดการพึ่งพากิจกรรมท่องเที่ยวรูปแบบเดิมที่มีความซ้ำซาก เช่น ดำน้ำชมปะการัง ตกหมึก และเที่ยวชายหาด พร้อมพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
โดยชูจุดเด่นของเกาะกูดที่มีพื้นที่ป่าธรรมชาติประมาณ 80-90% ของพื้นที่เกาะ รวมถึงส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชน ผ่านกิจกรรมโฮมสเตย์ การเรียนรู้วิถีท้องถิ่น และอาหารพื้นบ้าน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจและความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และการประท้วงในบางประเทศยุโรป ซึ่งอาจส่งผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก ทั้งชาวฝรั่งเศส อิตาลี และรัสเซีย
ประธานชมรมท่องเที่ยวอำเภอเกาะกูดจึงเรียกร้องให้ภาครัฐ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และทำตลาดเชิงคุณภาพ (Quality Over Quantity) มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อและพร้อมเคารพกฎระเบียบ วิถีชีวิตชุมชน และธรรมชาติ
ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อรักษาเอกลักษณ์และเสน่ห์ของเกาะกูดให้คงอยู่ พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว


