xs
xsm
sm
md
lg

สภาอุตฯ ตราดชี้เศรษฐกิจปลายปีคึกคัก ยอดจองเกาะช้าง–เกาะกูดพุ่ง 90% หนุนสะพานข้ามเกาะเก็บค่าผ่านทาง 340 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตราด - ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราดประเมินเศรษฐกิจปลายปี 2569 ต่อเนื่องต้นปี 2570 สดใส รับไฮซีซันท่องเที่ยว ยอดจองห้องพักเกาะช้าง–เกาะกูดแตะ 90% พร้อมหนุนโครงการสะพานข้ามเกาะช้าง ชี้ค่าผ่านทางรถยนต์ 340 บาทต่อเที่ยวอยู่ในระดับรับได้ หวังปลดล็อกปัญหาการเดินทาง กระตุ้นการลงทุนด้านการแพทย์และท่องเที่ยวระยะยาว

นายสุทธิลักษณ์ สุนทรรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด เปิดเผยถึงแนวโน้มเศรษฐกิจจังหวัดตราดในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจและภาคบริการมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยมีภาคการท่องเที่ยวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างรายได้ให้จังหวัดในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า


แม้ผู้ประกอบการยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าบริการ แต่สถานการณ์โดยรวมเริ่มผ่อนคลายลง ขณะที่การท่องเที่ยวเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน พบว่ายอดจองห้องพักล่วงหน้าในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งเกาะช้างและเกาะกูด สูงถึงร้อยละ 90 โดยเฉพาะโรงแรมและรีสอร์ตระดับไฮเอนด์ที่มีราคาตั้งแต่ 3,000-4,000 บาทขึ้นไป ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ส่วนภาคการเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนและผลไม้เศรษฐกิจ คาดว่าจะเริ่มประเมินปริมาณผลผลิตและทิศทางราคาได้ชัดเจนในช่วงต้นเดือนธันวาคม ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังมีปริมาณเพียงพอ และปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมาไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรง จึงยังไม่พบปัจจัยด้านภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ


หนุนสะพานข้ามเกาะช้าง แก้คอขวดท่องเที่ยว

สำหรับโครงการก่อสร้างทางเชื่อมข้ามไปเกาะช้าง หรือสะพานข้ามเกาะช้าง ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2578 นายสุทธิลักษณ์มองว่า เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยแก้ข้อจำกัดด้านการเดินทางและเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเกาะช้างต้องใช้บริการเรือเฟอร์รี ซึ่งในช่วงที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากอาจต้องรอคิวเป็นเวลานาน ส่งผลต่อความสะดวกในการเดินทางและอาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเปลี่ยนแผนไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น การมีสะพานเชื่อมจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดข้อจำกัดด้านการขนส่ง และเปิดโอกาสให้เกาะช้างดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น


ส่วนอัตราค่าผ่านทางตามผลการศึกษาเบื้องต้นที่ 340 บาทต่อเที่ยวสำหรับรถยนต์ หรือประมาณ 680 บาทสำหรับไป-กลับ และ 90 บาทต่อเที่ยวสำหรับรถจักรยานยนต์นั้น ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราดเห็นว่าเป็นระดับราคาที่ยอมรับได้ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายในการนำรถยนต์ลงเรือเฟอร์รีและค่าโดยสารผู้เดินทาง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 500-600 บาทตามรูปแบบการใช้บริการ

นายสุทธิลักษณ์ระบุว่า กว่าโครงการจะแล้วเสร็จยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี ขณะที่ต้นทุนการให้บริการเรือเฟอร์รี่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต จึงมองว่าค่าผ่านทางสะพานตามผลการศึกษาเบื้องต้นมีความเหมาะสมเมื่อเทียบกับความสะดวกและระยะเวลาที่ลดลง อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าวยังเป็นข้อมูลจากผลการศึกษาเบื้องต้น ไม่ใช่การยืนยันราคาที่จะจัดเก็บจริงในอนาคต


คาดหนุนลงทุนโรงพยาบาลเอกชน ยกระดับท่องเที่ยวระยะยาว

นอกจากช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางแล้ว โครงการสะพานข้ามเกาะช้างยังอาจเป็นแรงส่งให้เกิดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ โดยเฉพาะบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มที่กลุ่มทุนโรงพยาบาลเอกชนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่

การมีบริการทางการแพทย์ที่มีศักยภาพจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวระดับบนและกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งอาจส่งเสริมการพักผ่อนระยะยาวและเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสต่อยอดการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางบกของจังหวัดตราดให้เชื่อมโยงกับด่านชายแดน รองรับการค้าและการท่องเที่ยวในอนาคต


นายสุทธิลักษณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า เศรษฐกิจตราดช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้ามีแนวโน้มสดใส หากไม่มีปัจจัยแทรกซ้อนรุนแรงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยปัญหาสำคัญที่ประชาชนยังเผชิญคือค่าครองชีพและปากท้อง หากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือโครงการของขวัญปีใหม่ ก็จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อ สร้างบรรยากาศการจับจ่าย และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวให้คึกคักยิ่งขึ้น