xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านหัวไทร–บางกระเจ็ดผวา! น้ำท่วมขังสีดำส่งกลิ่นเหม็น สัมผัสแล้วคันเป็นแผลพรุน หวั่นมลพิษจากปราจีนฯ ไหลลงบางปะกง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉะเชิงเทรา – ชาวบ้าน ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า หวั่นน้ำท่วมขังสีดำและมีกลิ่นเหม็น อาจปนเปื้อนมลพิษจากพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี หลังสัมผัสแล้วเกิดอาการคันและผิวหนังอักเสบ ขณะที่ชาวบ้านอีกจุดพบปลาตายและปลาลอยหัวขึ้นมาหายใจ เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ หาสาเหตุให้ชัดเจน ท่ามกลางความเดือดร้อนจากน้ำท่วมหนักและปัญหาทรัพย์สินสูญหาย

วันนี้( 29 ต.ค.) นางบุญตา รุ่งเรือง อายุ 63 ปี ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 9 ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า หลังประสบปัญหาน้ำท่วมสูงถึงระดับคอภายในบ้านต่อเนื่องเกือบ 3 สัปดาห์ ขณะนี้ระดับน้ำลดลงมาอยู่ประมาณหน้าแข้ง และบางช่วงต่ำกว่าพื้นบ้านเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม น้ำยังคงขึ้นสูงอีกในช่วงสายและช่วงค่ำจากภาวะน้ำทะเลหนุน ส่งผลให้น้ำจากแม่น้ำบางปะกงเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ซ้ำทุกวัน

นางบุญตา กล่าวว่า ต้องคอยขัดถูพื้นและผนังบ้านเพื่อกำจัดคราบน้ำท่วม ก่อนที่คราบจะเกาะแน่นจนทำความสะอาดได้ยาก แต่พบว่าน้ำที่ไหลเข้ามามีสีดำและเริ่มส่งกลิ่นเหม็นบูด หลังสัมผัสน้ำเป็นประจำ ตนมีอาการคันและเจ็บบริเวณฝ่าเท้าและซอกนิ้วเท้า ต่อมามีรอยแดง บวมอักเสบ และลักษณะคล้ายรูพรุนบนผิวหนัง

ที่ผ่านมาได้ใช้ยาหลายชนิด ทั้งยาที่มีผู้บริจาคและยาที่ได้รับผ่านผู้นำชุมชน ก่อนซื้อยาทาที่คุ้นเคยมาใช้เพิ่มเติม ซึ่งอาการบวมแดงและรอยแผลเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอาการดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใด และมีชาวบ้านหลายรายที่มีอาการคล้ายกัน

เจ้าตัวตั้งข้อสงสัยว่า อาการผิดปกติทางผิวหนังอาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำหรือสารปนเปื้อนที่มากับน้ำท่วมหรือไม่ เนื่องจากระยะนี้มีข่าวปัญหากากอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งอยู่เหนือลุ่มน้ำและเชื่อมต่อกับพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผลตรวจยืนยันว่าความผิดปกติทางผิวหนังหรือน้ำสีดำมีกลิ่นเหม็นดังกล่าวมีสาเหตุจากสารเคมีหรือกากอุตสาหกรรม
นางบุญตา ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในหมู่บ้านบางกระดาน หมู่ 6 ต.บางกระเจ็ด ซึ่งอยู่ใกล้แนวเขต อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ว่า มีรายงานพบปลาทยอยตายในแหล่งน้ำธรรมชาติ และพบปลาบางส่วนลอยขึ้นมาบริเวณผิวน้ำคล้ายกำลังหายใจ จึงกังวลว่าหากมีสารปนเปื้อนจริง อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและไหลต่อไปยังปากอ่าวบางปะกง

นอกจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว นางบุญตายังระบุว่า ระหว่างเกิดน้ำท่วมมีบุคคลจากต่างพื้นที่เข้ามาหาปลาและจับสัตว์น้ำ ก่อนพบว่าทรัพย์สินของชาวบ้านหลายรายการสูญหาย ทั้งมอเตอร์ปั๊มน้ำ มอเตอร์ตีน้ำจากบ่อเลี้ยงกุ้งและปลา ตู้เย็นเก่าที่วางอยู่หน้าบ้าน รวมถึงเครื่องมือดักจับสัตว์น้ำที่มีทั้งอุปกรณ์ กุ้ง และปลาติดอยู่

เธอกล่าวว่า ชาวบ้านไม่ได้ติดใจหากมีผู้เข้ามาหากุ้งหาปลาเพื่อดำรงชีพ แต่การนำทรัพย์สินของผู้อื่นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตยิ่งเพิ่มความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย ซึ่งต้องสูญเสียเครื่องใช้ไฟฟ้าและข้าวของจำนวนมากจากน้ำที่เข้าท่วมอย่างรวดเร็วในเวลากลางคืน บางส่วนเสียหายและบางส่วนถูกกระแสน้ำพัดพาไปลงแม่น้ำบางปะกง

เผยน้ำท่วมปีนี้หนักกว่าทุกครั้ง ห่วงปลิงแพร่กระจาย

นางบุญตากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ชาวบ้านจะเคยประสบอุทกภัยมาแล้วในปี 2554 และ 2556 แต่สถานการณ์น้ำท่วมปี 2569 ถือว่าหนักหน่วงอย่างมาก และยังมีปัญหาอื่นตามมาซ้ำเติม ทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สินและการพบปลิงจำนวนมากในแหล่งน้ำช่วงน้ำท่วม

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของปลิงที่แพร่กระจายอยู่ในพื้นที่นั้น ชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการนำปลิงจากการเพาะเลี้ยงมาปล่อยทิ้งในแหล่งน้ำสาธารณะ หลังได้รับผลกระทบจากการส่งออกในช่วงการระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็นข้อสันนิษฐานของชาวบ้านที่ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ชาวบ้านต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำและสาเหตุการตายของปลา รวมถึงตรวจสอบความผิดปกติทางผิวหนังของผู้สัมผัสน้ำ เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมหามาตรการป้องกันผลกระทบที่อาจลุกลามไปยังชุมชนและพื้นที่ปลายน้ำ