เชียงใหม่ - กลุ่มผู้ร่วมตัดต้นนางพญาเสือโคร่งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ถูกออกหมายเรียก 8 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว รอเรียกเข้าพบอีกครั้งเมื่อการสอบสวนเสร็จ
ความคืบหน้ากรณีประชาชนร้องเรียนเมื่อวันที่ 23 ต.ค.69 ว่าพบกลุ่มบุคคลตัดต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ภายในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย บริเวณบ้านม้งดอยปุย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตใจของชาวเชียงใหม่ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกทั้งต้นไม้ดังกล่าวยังปลูกขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว โดยเบื้องต้นจากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีการตัดต้นนางพญาเสือโคร่ง จำนวน11ต้น ตัดเป็นท่อนจำนวน40ท่อน,ต้นราชพฤกษ์ จำนวน 2ต้น ตัดเป็นท่อนจำนวน3ท่อน,ต้นเหลืองอินเดีย จำนวน1ต้น ตัดเป็นท่อนจำนวน2ท่อน และต้นสนฉัตร จำนวน1ต้น ตัดเป็นท่อนจำนวน2ท่อน จึงทำการตรวจยึดนำไปเก็บรักษาและแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้,พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติและ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ นั้น รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.69 ที่สถานีตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าวนี้ จำนวน 8 คน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ตามที่ได้รับหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาความผิดฐาน “ร่วมกันทำไม้ หรือเจาะ หรือสับ หรือเผา หรือทำอันตรายด้วยประการใด ๆ แก่ไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่,มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขาย ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484,ร่วมกันทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ ร่วมกัน เก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย แร่ ปิโตรเลียม หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562” โดยทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งสิทธิให้ทางกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ทราบ พร้อมพิมพ์มือตามระเบียบ และสอบสวนปากคำไว้แล้ว โดยผู้ต้องหาทั้ง 8 ราย ให้การ“ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา”โดยไม่มีการควบคุมตัวผู้ต้องหา และได้ปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมได้นัดให้ผู้ต้องหามาพบอีกครั้งเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในวันเดียวกันนั้น พลตำรวจตรียุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามเร่งรัดคดีสำคัญที่สถานีตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมประชุมและมอบนโยบายการปฏิบัติ โดยมีพันตำรวจเอกสิโณทัย ลิลิตธรรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมด้วยผู้ใต้บังคับบัญชา ร่วมประชุมและรายงานเหตุการณ์กรณีตัดต้นพญาเสือโคร่งในพื้นที่อุทยานแห่ฃชาตสุเทพ -ปุย ด้วย.


