ศูนย์ข่าวศรีราชา - ตำรวจสืบสวนภาค 2 สนธิกำลังตำรวจพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว และ ตม.ชลบุรี บุกตรวจค้นห้องเช่ากลางเมืองพัทยา พบอุปกรณ์ SIM BOX รวม 64 ช่องสัญญาณ ซุกซ่อนเหนือฝ้าเพดานชั้น 4 หลังสืบสวนขยายผลคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS และตำรวจ หลอกผู้เสียหายโอนเงิน เบื้องต้นไม่พบตัวผู้เช่า คาดหลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น เร่งขยายผลติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องดำเนินคดี
เวลา 17.00 น. วันนี้( 27 ต.ค.) พล.ต.ต.พงษ์พันธ์วงศ์ มณีเทศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองอ่อน ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 และ พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนภาค 2 ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจค้นอาคารห้องเช่ารายวันและรายเดือน “PATTAYA CHARM” เลขที่ 193/149-150 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา
จากการตรวจค้นห้องพักหมายเลข A8 ชั้น 4 พบอุปกรณ์ SIM BOX หรือ GSM Gateway แบบ 32 ช่อง จำนวน 2 เครื่อง รวม 64 ช่องสัญญาณ ซุกซ่อนอยู่เหนือฝ้าเพดาน นอกจากนี้ยังพบเราเตอร์อินเทอร์เน็ตแบบใส่ซิมการ์ด 1 เครื่อง กล้องวงจรปิด 1 ตัว เสาสัญญาณ 2 ต้น และปลั๊กพ่วง 1 ชุด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง
การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลคดีหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งมีผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบ Thai Police Online ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คดีดังกล่าว นายสถาพร สุบิน ผู้เสียหาย ถูกมิจฉาชีพใช้หมายเลขโทรศัพท์ 094-567-6566 เครือข่าย DTAC ติดต่อมา โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS และตำรวจ กล่าวหาว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการเปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่พัวพันกับการพนันออนไลน์และคดีฟอกเงิน ก่อนหลอกให้โอนเงินเพื่อใช้ตรวจสอบและยืนยันความบริสุทธิ์ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้คนร้าย 15,000 บาท ก่อนทราบว่าถูกหลอก จึงแจ้งความผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 17.26 น. โดยมี สน.บางเขน เป็นสถานีตำรวจผู้รับแจ้งความ
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนข้อมูลทางเทคนิคจนมีเหตุให้เชื่อว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุอาจใช้อุปกรณ์ SIM BOX เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความผิด และอาจติดตั้งอุปกรณ์ไว้ภายในห้องเช่า PATTAYA CHARM จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นและพบอุปกรณ์ดังกล่าวตามที่ได้รับเบาะแส
อย่างไรก็ตาม ขณะเข้าตรวจค้นไม่พบผู้เช่าห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมดส่งตรวจสอบ พร้อมเร่งติดตามตัวผู้เช่าและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน เพื่อขยายผลถึงเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


