xs
xsm
sm
md
lg

สุดหดหู่! คุณตาวัย 81ป่วยตาบอด 2 ข้างเป็นมะเร็งที่หู ร่ำไห้คิดถึงลูก วอนมารับพ่อกลับบ้าน หลังทิ้งให้อยู่กระท่อมในวัดตามลำพัง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – สุดหดหู่! คุณตาวัย 81 ป่วย ตาบอด 2 ข้าง เป็นมะเร็งที่หู ร่ำไห้คิดถึงลูก วอนมารับพ่อกลับบ้าน หลังถูกทอดทิ้งให้พักอาศัยอยู่กระท่อมสังกะสีในวัด อ.ปักธงชัย โคราช ตามลำพัง ไม่มีญาติมารับไปดูแลและพาเข้ารักษาโรงพยาบาล

วันนี้ ( 27 ต.ค.69) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก พระรุ่งโรจน์ อมโร เจ้าอาวาสวัดป่าศรีไพโรจน์ หมู่ 3 ตำบลสะแกราช อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หลังต้องการขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชน เพื่อประสานตามหาญาติของ นายสวัสดิ์ ล้วนดี อายุ 81 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ 5 ตำบลบ้านไทร อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งป่วยด้วยโรคหลายอย่าง ทั้งตาบอดทั้งสองข้าง มีแผลบริเวณหูขวาที่แพทย์สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็ง และมีอาการลมชัก ต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นระยะ แต่กลับไม่มีญาติมารับไปดูแลรักษา ทำให้ต้องอาศัยอยู่ในกระท่อมหลังคาสังกะสีภายในวัด ท่ามกลางความเจ็บป่วยและความคิดถึงครอบครัว


พระรุ่งโรจน์ อมโร เจ้าอาวาสวัดป่าศรีไพโรจน์ เปิดเผยว่า นายสวัสดิ์ เข้ามาพักอาศัยอยู่ที่วัดตั้งแต่ช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา รวมระยะเวลาประมาณ 3 เดือน เนื่องจากเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยบวช ช่วงแรกยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสุขภาพกลับทรุดลง เริ่มมีอาการตาบอดทั้งสองข้าง มีแผลบริเวณหูขวา และเกิดอาการชักเกร็ง จำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด

ที่ผ่านมา พยายามติดต่อญาติของนายสวัสดิ์ ทั้งลูกสาวและน้องชาย เพื่อขอให้มารับตัวกลับไปดูแลและพาเข้ารับการรักษา แต่กลับได้รับการปฏิเสธ หรือไม่สามารถติดต่อได้ บางครั้งญาติรับสายและแจ้งว่าจะขอเวลาจัดการ ก่อนขาดการติดต่อและบล็อกหมายเลขโทรศัพท์ ทำให้ทางวัดไม่สามารถประสานขอความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการรักษาบางอย่างจำเป็นต้องมีญาติเข้ามาประสานงานหรือให้ความยินยอม


ขณะที่วัดมีพระจำพรรษาเพียงรูปเดียวและไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับดูแลผู้ป่วยระยะยาว ปัจจุบันต้องจ้างผู้ดูแลจากภายนอกวันละ 300 บาท หากไม่มีเงินก็ไม่สามารถจ้างคนมาดูแลได้ จึงรู้สึกสะเทือนใจที่เห็นเพื่อนซึ่งอยู่ในวัยชราต้องเผชิญความเจ็บป่วยโดยไม่มีครอบครัวอยู่เคียงข้าง พร้อมวิงวอนให้ลูกและญาติกลับมารับนายสวัสดิ์ไปดูแลรักษา รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือ


ด้านนายสวัสดิ์ ล้วนดี อายุ 81 ปี เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและร้องไห้ระหว่างให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกเสียใจและคิดถึงลูกมาก อยากกลับไปอยู่กับครอบครัวเหมือนเดิม พร้อมฝากข้อความถึงลูกว่า อยากให้มารับพ่อกลับบ้าน เพราะพ่อคิดถึงลูกและอยากอยู่กับลูกอีกครั้ง แม้จะต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยและใช้ชีวิตอยู่ในกระท่อมภายในวัด แต่ก็ยังมีความหวังว่าสักวันลูกจะกลับมารับไปดูแล


ขณะที่นางสายฝน ธนะเสวี อายุ 38 ปี ผู้ช่วยดูแลนายสวัสดิ์และเป็นผู้พาไปรักษาที่โรงพยาบาล เปิดเผยว่า ตนช่วยดูแลนายสวัสดิ์มาประมาณ 3 เดือน โดยผู้ป่วยมีอาการลมชักและมีแผลบริเวณหู ซึ่งแพทย์แจ้งว่าอาจเป็นมะเร็ง แต่ยังจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากตนไม่ใช่ญาติ จึงไม่สามารถดำเนินการแทนครอบครัวได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะขั้นตอนที่ต้องประสานญาติหรือให้ความยินยอมในการรักษา

นางสายฝนกล่าวว่า รู้สึกสงสารนายสวัสดิ์ เพราะมักพูดถึงลูกและบ่นคิดถึงครอบครัวอยู่เสมอ ตนช่วยเหลือได้เท่าที่กำลังจะอำนวย แต่ไม่สามารถรับภาระดูแลผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหลายอย่างได้ทั้งหมด จึงอยากวิงวอนให้ลูกและญาติกลับมารับพ่อไปดูแลรักษา ไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญความเจ็บป่วยเพียงลำพัง พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้นายสวัสดิ์ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอีกครั้ง