ตาก – เรียกร้องฝ่ายความมั่นคง ปฏิบัติการ-จี้รัฐเยียวยาค่าความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ความปลอดภัยในชีวิต..หลังทหารพม่ารบกะเหรี่ยงจนกระสุนข้ามแดนตกใส่บ้านเรือน-โรงเรียน จนพรุน ชาวบ้านต้องหนีตาย-ลูกหลานต้องย้ายไปเรียนศาลาวัด/ศาลาหมู่บ้าน ซ้ำซากมาตลอดกว่า 2 ปี
วันนี้(27 ต.ค.) ชาวบ้านหมู่ที่ 1,2,4 และหมู่ที่ 9 ตำบลมหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก รวมตัวกันที่โรงเรียนบ้านแม่โกนเกน ถือป้ายด้วยข้อความกรณีผลกระทบจากการสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับฝ่ายต่อต้าน ซึ่งมีกระสุนปืนจากฝั่งเมียนมาข้ามมาเขตไทย และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนราษฎรไทย
เพื่อยื่นหนังสือถึงเรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, นายอำเภอแม่สอด, ผอ.รมน.จังหวัดตาก,ผบ.ฉก.ราชมนู, ผบ.ตชด. 346 และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต 2 ขอความช่วยเหลือ และเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น
ในหนังสือระบุข้อเท็จจริงดังนี้คือ บ้านแม่โกนเกนตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเมย ตรงข้ามพื้นที่การสู้รบระหว่างกองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นแอลเอ. กับทหารเมียนมา ในสมรภูมิบ้านมินละปาน จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นพื้นที่ปะทะต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปี2568 จนถึงปัจจุบัน
ซึ่งทำให้กระสุนปืนกล และกระสุนอาวุธหนักไม่ทราบชนิด ข้ามแดนมาตกในพื้นที่หมู่บ้านแม่โกนเกนหลายร้อยครั้ง ทั้งตกใส่บ้านพักอาศัยทำให้มีคนได้รับบาดเจ็บหลายคน ตกใส่โรงเรียนบ้านแม่โกนเกน จนต้องอพยพนักเรียนไปเรียนที่ศาลาวัด และศาลาหมู่บ้านเป็นการชั่วคราว ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา มีกระสุนปืนครกตกข้ามแดนมาที่หมู่ 9 ต.มหาวัน ทำให้บ้านเรือนเสียหาย 3 หลัง และอีก 1 จุดในโรงเรียนบ้านแม่โกนเกน ซึ่งแต่ละจุดล้วนมีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น
การสู้รบ ทำให้เกิดผลกระทบด้านจิตใจขาวบ้านขาดรายได้จากการประกอบอาชีพ และไม่สามารถอยู่ใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข จึงขอให้พิจารณาให้ความช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยการสู้รบในพื้นพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา บ้านแม่โกนเกนทั้ง 4 หมู่บ้าน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร และ ขอให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องป้องปรามยับยั้งไม่ให้คู่ขัดแย้งที่ทำการสู้รบตรงข้ามบ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน และยิงปืนใส่ประชาชนในเขตอธิปไตยของไทย
หนังสือดังกล่าวระบุว่า ขอให้พิจารณาหาแนวทางป้องกันระยะยาว เช่นจัดหาพื้นที่หลบภัย การสร้างหลุมหลบภัย บังเกอร์ ในพื้นที่บ้านแม่โกนเกนทั้ง 4 หมู่บ้าน ขอให้พิจารณาหาวิธีแจ้งเตือนภัย และติดตั้งสัญญาณเตือนภัยการสู้รบในพื้นที่บ้านแม่โกนเกนทั้ง 4หมู่บ้าน ขอให้พิจารณาหาแนวทางยุติการสู้รบตามแนวชายแดน หรือจำกัดขอบเขตการวางกำลัง และการสู้รบของคู่ขัดแย้งไม่ให้กระทบขอบเขตอธิปไตยของไทย
นายสีโนน นุรังสี อดีตกำนัน ตำบลมหาวัน กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการสู้รบ และมีกระสุนมตกในเขตไทย มานานกว่า 2 ปี ยิงกันที ผู้สูงอายุ เด็กๆ คนชราได้รับความเดือดร้อน โรงเรียนก็ลำบาก ต้องมีการย้ายที่เรียนตลอด ต้องไปเรียนศาลาวัด และศาลกลางหมู่บ้าน นับเป็นความทุกข์ของประชาชน 4 หมู่บ้าน ไปทำงานก็ลำบาก กำลังกินข้าวอยู่ก็ต้องหนีกันกระเจิง เดือดร้อนสาหัส ขณะที่ศักยภาพของผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นหมดแล้ว ชาวบ้าน ผู้นำหมู่บานหมดปัญญา
พ.อ.กฤษณะ น้ำแก้ว เสนาธิการกองกำลังนเรศวร กล่าวว่า จากการพูดคุยชาวบ้านต้องการให้ยกระดับการเจรจามากกว่าการตอบโต้ ส่วนสัญญาณเตือนภัย ชาวบ้านจะจัดทำขึ้นเอง ขณะที่หลุมหลบภัยนั้น ที่ชาวบ้านต้องการก็จะดำเนินการให้ตามความเสี่ยง โดยเฉพาะหมู่ที่ 1 กับหมู่ที่ 9จะมีหลุมหลบภัยมากกว่าจุดอื่นๆ
ขณะที่นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด กล่าวว่า ราษฎรต้องการความปลอดภัย และให้แก้ปัญหา ซึ่งจะนำข้อเรียร้องต่างๆไปเจรจากันเพื่อไม่ให้ผลผลกระทบจากการสู้รบ โดยเฉพาะมีกระสุนล้ำแดนเข้ามาเขตไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ชาวบ้านแม่โกนเกนชุมนุมนั้น การสู้รบระหว่างฝ่ายทหารเมียนมากับฝ่ายต่อต้านเงียบสงบ ไม่มีแม้แต่เสียงปืนนัดเดียว แต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงตรึงกำลังอยู่


