นครปฐม – สองหนุ่มใหญ่อำเภอบางเลน จ.นครปฐม ร้องสื่อเตือนภัย หลังตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า อ้างมิเตอร์ไฟชำรุด ต้องเปลี่ยนใหม่ พร้อมหลอกให้ดำเนินการขอคืนเงินประกันผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร ก่อนใช้กลอุบายระหว่างวิดีโอคอลให้ทำธุรกรรมโดยไม่ทันระวังตัว สุดท้ายเงินถูกโอนไปยังบัญชีม้า รวมความเสียหายกว่า 671,800 บาท ผู้เสียหายทั้งสองเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางเลนแล้ว
วันนี้ ( 26 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีประชาชนในพื้นที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม จำนวน 2 ราย ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ก่อนชักจูงให้เข้าใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินและดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ จนเงินถูกโอนออกจากบัญชี จึงลงพื้นที่สอบถามผู้เสียหายเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเป็นอุทาหรณ์แก่ประชาชน
ผู้เสียหายรายแรกคือ นายโกญจนาท์ คชศิลา อายุ 47 ปี สูญเงินจำนวน 179,800 บาท ส่วนรายที่สองคือ นายอัศวิน วิชญ์วัฒน์ อายุ 46 ปี สูญเงินจำนวน 492,000 บาท รวมความเสียหายทั้งสิ้น 671,800 บาท โดยทั้งสองรายถูกหลอกด้วยรูปแบบเดียวกันในวันเดียวกัน และได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางเลน เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
จากการสอบถามผู้เสียหายทั้งสองรายให้ข้อมูลตรงกันว่า มิจฉาชีพติดต่อเข้ามาทางโทรศัพท์มือถือและแอปพลิเคชันไลน์ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ใช้ชื่อว่า “ช่างเก่งการไฟฟ้า” แจ้งว่ามิเตอร์ไฟฟ้าหรือสายไฟเกิดการชำรุด จำเป็นต้องเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ พร้อมอ้างว่าต้องดำเนินการขอรับเงินประกันมิเตอร์เดิมคืนเป็นเงิน 12,383 บาท
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ มิจฉาชีพจึงแนะนำให้เปิดแอปพลิเคชันธนาคารและสแกน QR Code เพื่อรับเงินคืน แต่เมื่อดำเนินการไม่สำเร็จ คนร้ายได้เสนอให้ผู้เสียหายใช้โทรศัพท์มือถือหรือไอแพดอีกเครื่องหนึ่งวิดีโอคอล เพื่อสอนขั้นตอนการทำรายการ โดยระหว่างนั้นจะพูดคุยสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมสั่งให้กดเมนูต่าง ๆ ภายในแอปพลิเคชันธนาคารอย่างต่อเนื่อง
ผู้เสียหายระบุว่า มิจฉาชีพยังอ้างให้เปลี่ยนภาษาภายในแอปพลิเคชันธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้สะดวกต่อการทำธุรกรรม ทำให้หลงเชื่อและทำตามคำแนะนำ โดยไม่ทันสังเกตว่าขั้นตอนที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นเกี่ยวข้องกับการโอนเงินออกจากบัญชี
นอกจากนี้ คนร้ายยังอธิบายตัวเลขที่ให้กรอกว่าเป็นหมายเลขสำหรับทำธุรกรรมหรือหมายเลขมิเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้เอะใจ ขณะที่ภายหลังพบว่าอาจมีการตั้งค่าหรือบันทึกรายการโอนเงินไว้เป็นรายการโปรดก่อนที่เงินจะถูกโอนออกไป โดยผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจทำรายการโอนเงินตามที่เกิดขึ้น
นายโกญจนาท์ คชศิลา ผู้เสียหายที่สูญเงิน 179,800 บาท เปิดเผยว่า ระหว่างวิดีโอคอล คนร้ายจะพูดถึงปัญหาการใช้ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความไว้วางใจ ก่อนพาเข้าไปทำรายการในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทั้งแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการไฟฟ้าและแอปพลิเคชันธนาคาร พร้อมสั่งการให้กดเมนูตามขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง
ผู้เสียหายกล่าวว่า จังหวะที่กำลังพยายามทำตามคำแนะนำและยังไม่เข้าใจขั้นตอนทั้งหมด เงินกลับถูกโอนออกจากระบบไปแล้ว โดยตนเองสูญเงินไปกว่า 1.7 แสนบาท จึงต้องการนำเรื่องราวมาเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง แม้จะเป็นการติดต่อที่ดูเหมือนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานสาธารณูปโภคก็ตาม
ด้านนายอัศวิน วิชญ์วัฒน์ ผู้เสียหายที่สูญเงิน 492,000 บาท เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนพยายามระมัดระวังและป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพมาโดยตลอด แต่ยอมรับว่ากลอุบายของคนร้ายทำให้เกิดความสับสน จนไม่ทันตรวจสอบว่ากำลังทำรายการอะไรอยู่
นายอัศวินกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเหตุพบว่ามีเงินเกือบ 5 แสนบาทถูกโอนออกจากบัญชีไปยังบัญชีปลายทาง ซึ่งตามข้อมูลที่ได้รับจากผู้เสียหาย บัญชีดังกล่าวมีสัญญาณแจ้งเตือนเป็นสีแดงจากระบบของธนาคาร ทำให้ธนาคารดำเนินการระงับรายการหรืออายัดเงินตามขั้นตอน พร้อมติดต่อสอบถามเกี่ยวกับธุรกรรมที่เกิดขึ้น
ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบจากธนาคารว่า เงินจำนวนดังกล่าวถูกโอนไปถึงบัญชีปลายทางแล้วหรือไม่ และสามารถระงับหรืออายัดเงินคืนได้ทันหรือไม่ โดยผู้เสียหายหวังว่าจะสามารถติดตามเงินกลับคืนมาได้
ทั้งนี้ ผู้เสียหายทั้งสองรายต้องการฝากเตือนประชาชนว่า หากมีบุคคลโทรศัพท์หรือส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและแจ้งให้เปลี่ยนมิเตอร์หรือขอคืนเงินประกัน ควรตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรงก่อนดำเนินการ และห้ามเปิดเผยรหัสผ่าน รหัส OTP หรือทำธุรกรรมทางการเงินตามคำสั่งของบุคคลที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้
หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าถูกหลอกให้ทำธุรกรรม ควรรีบติดต่อธนาคารเพื่อขอระงับธุรกรรมและแจ้งความโดยเร็ว เพื่อลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการติดตามเงินคืน


