สามเหลี่ยมทองคำ – เปิดข้อมูลชวนอึ้ง..พบพม่าไฟเขียวกลุ่มทุนเหมืองแร่รุมทึ้งท่าขี้เหล็กกว่า 20 ราย ลุยขุดทั้งตะกั่ว แมงกานิส ขนเข้าไทยผ่านแม่สาย-น้ำโขง สามเหลี่ยมทองคำ เชียงแสน เป็นล่ำเป็นสัน
ปัญหาแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวกปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารหนูและตะกั่วเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องนั้น ล่าสุด ดร.สืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม สาขาวิชาการพัฒนาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันเหมืองแร่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลเมียนมาอย่างน้อย 20 บริษัท
ประกอบด้วยเหมืองแร่ทองคำ 12 บริษัท เหมืองแร่แมงกานีส 6 บริษัท และเหมืองแร่ตะกั่ว 2 บริษัท ซึ่งแร่ที่ขุดได้จะมีการนำเข้าสู่ประเทศไทยอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยเฉพาะแร่แมงกานีสและตะกั่ว โดยที่ด่านศุลกากรแม่สายมีการนำเข้าแร่ตะกั่วในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 8,180.89 ตัน ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 13,606.89 ตัน และปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568-ก.ค.2569 มีจำนวน 7,176.09 ตัน ส่วนแร่แมงกานีสนำเข้าในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 32,552.17 ตัน ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 711.52 ตัน และปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568-ก.ค.2569 มีจำนวน 3,737.89 ตัน
ส่วนด่านศุลกากรเชียงแสนมีการนำเข้าแร่ซิลิคอนแมงกานีสในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 4,546 ตัน ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 2,800 ตัน ปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568-ก.ค.2569 มีจำนวน 4,307 ตัน และแร่พลวงนำเข้าในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 4,164.94 ตัน ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 201.53 ตัน และปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2568-ก.ค.2569 มีจำนวน 84.47 ตัน
กระทั่งเดือน ส.ค.2569 พบว่ามีนำเข้าสินแร่ผ่านด่านศุลกากรแม่สายเป็นแร่แมงกานีสจำนวน 2,510.63 ตัน มูลค่าประมาณ 6,118,871.28 บาท และแร่ตะกั่วจำนวน 920.84 ตัน มูลค่าประมาณ 3,909,696.03 บาท
ทั้งนี้ในฝั่งประเทศเมียนมามีรายงานว่าคณะกรรมการด้านการป่าไม้ แร่ธาตุ ทรัพยากรธรรมชาติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และกิจการไฟฟ้า สภาผู้แทนราษฎรรัฐฉาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหมืองแร่ต่างๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ค.-ต.ค.2569
มุ่งเน้นตรวจสอบใบอนุญาตการทำเหมืองแร่ สถานะการดำเนินงานของบริษัท การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการกองดินทรายทิ้งและน้ำเสีย ความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร (CSR) เพื่อชุมชนท้องถิ่น รวมถึงสภาพการฟื้นฟูและปรับปรุงพื้นที่ภายหลังการขุดเจาะทำเหมืองเสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานผลการตรวจสอบเผยแพร่ออกมาสู่สาธารณชนแต่อยางใด
ด้านนายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 พร้อมด้วย น.ส.ปิยนุช ทรวงคำ ผู้อำนวยการส่วนจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง และนางสาวจีราพร ชูเกียรติวนา สิ่งแวดล้อมชำนาญการ ได้ลงพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก อ.แม่สาย เพื่อสำรวจและพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติในแม่น้ำทั้ง 3 สาย เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนสารโลหะหนัก
ซึ่งได้พิจารณาคัดเลือกบริเวณหน่วยบริการประชาชนหัวฝาย สภ.แม่สาย ตั้งอยู่ชุมชนหัวฝาย ต.เวียงพางคำ ส่วนแม่น้ำรวกเลือกบริเวณสถานีสูบน้ำ อบต.เกาะช้าง ส่วนแม่น้ำกกยังไม่มีการเปิดเผยสถานที่ตั้งและกำหนดระยะเวลาติดตั้ง.


