xs
xsm
sm
md
lg

ตร.เจ้าหนี้แจง! ไม่ได้ยึดที่นาครอบครัวคนพิการ อ้างเป็นการยกให้ตามข้อตกลงที่ลูกหนี้รับปากไว้ เผยเป็นที่ส.ป.ก.-ขายเปลี่ยนมือไปแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บุรีรัมย์- ตร.เจ้าหนี้แจง ไม่ได้ยึดที่นาครอบครัวคนพิการ แต่เป็นการยกให้ตามข้อตกลงที่ลูกหนี้รับปากไว้เมื่อไม่สามารถนำเงินมาชำระหนี้ได้ ซึ่งเป็นเอกสาร ส.ป.ก.ที่นำมาวางค้ำประกันไว้ ยันกู้ยืมเงินต้นไป 5 หมื่นบาท รวมดอกเบี้ยเป็น 80,000 บาท ส่วนที่จ่ายมาแล้ว 40,000 บาท เป็นเพียงดอกเบี้ยเท่านั้น ไม่ใช่ตัดเงินต้นเพื่อปิดหนี้ เผยล่าสุดที่นาได้ขายเปลี่ยนมือไปแล้ว

จากกรณีป้า อายุ 59 ปี ชาวตำบลแสลงโทน อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ อ้างว่าได้ไปกู้เงินจากตำรวจนายหนึ่งจำนวน 20,000 บาท เมื่อประมาณปี 2557 เพื่อนำไปใช้หนี้กองทุนหมู่บ้าน โดยได้นำเงินไปชำระคืน 40,000 บาทและคิดว่าเป็นการปิดหนี้แล้ว แต่กลับถูกยึดที่นาทำกิน ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากที่นาดังกล่าวเป็นความหวังเดียวของครอบครัว ไว้สำหรับทำกินเลี้ยงครอบครัวทั้งหมด 8 ชีวิต ในจำนวนนี้เป็นผู้พิการถึง 6 คน ซึ่งครอบครัวมีที่พึ่งหลักคือที่นาไว้ทำกินแต่กลับถูกตำรวจยึดไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ล่าสุดผู้สื่อข่าว ได้ไปสอบถามข้อมูลจากฝั่งตำรวจ ที่ป้า ครอบครัวพิการอ้างว่าไปกู้ยืมเงินแล้วถูกยึดที่นา ซึ่งตำรวจนายดังกล่าว ชี้แจงว่า เมื่อประมาณปี 2557 ป้า ได้มาขอยืมเงินจริง เนื่องจากเป็นคนที่รู้จักกัน โดยเขาอ้างว่าเดือดร้อนต้องการเงินไปใช้หนี้หลายทาง โดยเขาเสนอจะให้ดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน พร้อมทั้งนำเอกสารการถือครองที่ สปก. มาวางค้ำเป็นหลักประกันไว้ด้วย

ตอนแรกตนก็ปฏิเสธจะไม่ให้ยืมเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เงินคืน และรู้อยู่แล้วว่าการนำเอกสาร สปก.มาวางค้ำประกันนั้น สปก.ไม่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ แต่เขาก็คะยั้นคะยอว่าเดือดร้อน มีคนพิการในครอบครัวหลายคนที่ต้องดูแล ไม่ค่อยมีรายได้ ประกอบกับส่วนตัวก็รู้จักกัน จึงยอมให้ยืม โดยทำสัญญากู้ยืมไว้ และป้า ก็ได้นำ สปก.ฉบับจริงมาวางค้ำประกันไว้ แล้วก็รับปากว่าภายใน 1- 2 ปี จะนำเงินมาจ่ายคืนให้แน่นอน


ด้วยความสงสารจึงยอมรับข้อเสนอและยอมให้กู้ยอดแรก 35,000 บาท หลังจากนั้นก็ทยอยมาขอยืมอีกหลายครั้ง รวมเป็นเงินต้นทั้งหมด 50,000 บาท คิดเป็นดอกเบี้ยตามที่เขาเสนอ ก็ต้องจ่ายคืนทั้งหมดประมาณ 80,000 บาท แต่ผ่านไป 2 ปี เขาไม่เคยมาจ่ายดอกเบี้ยเลย กระทั่งปีที่ 3 – 4 เขาจึงได้นำเงินก้อนจำนวน 40,000 บาทมาให้กับตน ซึ่งก็เป็นเพียงดอกเบี้ยเท่านั้น ไม่ใช่เงินต้นที่มาปิดหนี้


ส่วนกรณีที่ป้า อ้างว่าตนไปยึดที่นานั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นข้อตกลงที่เขา รับปากไว้ว่าหากไม่มีเงินมาจ่ายคืนก็ยอมยกที่นาประมาณ 3 งานเศษให้ ซึ่งเขาก็บอกว่าไม่สามารถหาเงินมาจ่ายหนี้คืนได้จึงยกที่นาให้ โดยมีการทำสัญญายกที่ให้แทนเงินที่กู้ยืมไป แต่ตนก็ได้ขายต่อเปลี่ยนมือให้บุคคลอื่นไปแล้ว เพราะจำเป็นต้องใช้เงิน ประกอบกับไม่อยากถือครองที่ สปก.ไว้อยู่แล้ว

ส่วนที่ป้า คนดังกล่าว ออกมาร้องเรียนว่าอยากได้ที่ดินคืน ตนก็ยืนยันว่าตอนนี้ที่ และเอกสาร สปก.ตัวจริง ไม่ได้อยู่ในมือของตนแล้ว เพราะขายเปลี่ยนมือไปแล้ว ก็ต้องไปตามกับคนที่ถือครองอยู่