ฉะเชิงเทรา – สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงต่อเนื่องหลายพื้นที่ แต่ยังมีน้ำท่วมขังตามบ้านเรือนและพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุด สูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร ขณะที่กลิ่นเน่าเหม็นยังคงรุนแรง หลังน้ำลดพบกองขยะจำนวนมากตามหน้าบ้านเรือน ประชาชนเร่งเก็บกวาดทำความสะอาด พบทรัพย์สินเสียหายหนัก ทั้งที่นอน ตู้ เตียง เครื่องใช้ในบ้าน รวมถึงโครงสร้างบ้านที่ถูกกระแสน้ำซัดจนแตกร้าว
เวลา 16.00 น. วันนี้( 24 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า บริเวณเส้นทางน้ำหลากจากลุ่มน้ำคลองสียัดและคลองระบม ในพื้นที่ ต.เสม็ดเหนือ และ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ส่วนใหญ่กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีน้ำท่วมขังตามบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำและภายในบ้านเรือนประชาชนบางส่วน สูงประมาณ 5-10 เซนติเมตร
ส่วนบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สูง ประชาชนเริ่มทยอยทำความสะอาดบ้านพักอาศัย หลังต้องเผชิญน้ำท่วมขังมาเกือบ 1 เดือน ส่งผลให้มีขยะและสิ่งของเสียหายจำนวนมากถูกนำออกมากองไว้บริเวณหน้าบ้าน ส่วนใหญ่เป็นฟูกที่นอน หมอน มุ้ง ตู้ไม้อัด เตียง ตู้เครื่องแป้ง ตู้โชว์ ตู้เก็บของ ตลอดจนชิ้นส่วนบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำ
ขณะที่ถนนบางสายซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมเข้าสู่หมู่บ้าน ยังคงมีน้ำท่วมขังบนผิวจราจร โดยเฉพาะบริเวณเส้นทางข้างวัดสนามช้างและบ้านหนองโสน ทำให้ประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังในการสัญจร
นางสมคิด บุญทำหนัก อายุ 68 ปี บ้านเลขที่ 30/4 หมู่ 1 ต.เสม็ดเหนือ อ.บางคล้า เปิดเผยว่า หลังระดับน้ำลดลง ได้ทยอยเก็บกวาดบ้านและขนย้ายสิ่งของที่เสียหายออกมาทิ้งด้านนอกนานเกือบ 10 วันแล้ว ยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก เนื่องจากทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายหลายรายการ ทั้งที่นอน ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ รวมถึงประตูบ้านอีก 3 บานที่ถูกน้ำท่วมจนบวม ไม่สามารถเปิด-ปิดได้ตามปกติ
นางสมคิดกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านมาก่อน แม้ในช่วงแรกจะพยายามยกสิ่งของขึ้นไว้บนที่สูงแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่ามวลน้ำจะเพิ่มระดับสูงกว่า 1 เมตร ทำให้สิ่งของจำนวนมากไม่สามารถขนย้ายหนีน้ำได้ทัน ส่งผลให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่รับน้ำจาก จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครนายก บริเวณ ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า น.ส.เรไร สมมุติ อายุ 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำลดลงมาก โดยเฉพาะบริเวณทางเดินรอบบ้าน แต่ภายในบ้านยังมีน้ำท่วมขังสูงประมาณระดับหน้าแข้ง จากก่อนหน้านี้ที่น้ำเคยท่วมสูงเกือบ 2 เมตร
น.ส.เรไร กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้รับเงินเยียวยาน้ำท่วมจากรัฐบาลจำนวน 9,000 บาทแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้าน เนื่องจากเสาปูนที่รองรับตัวบ้านได้รับความเสียหายถึง 9 ต้น จากแรงกระแสน้ำที่พัดผ่านจนเนื้อคอนกรีตแตกร้าวเกือบทั้งหมด เหลือเพียง 1 ต้นที่ยังสามารถใช้งานได้ สะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเร่งฟื้นฟู หลังระดับน้ำเริ่มลดลง


