สระแก้ว – เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสนธิกำลังสะกดรอยดักจับรถพ่วง 18 ล้อ ต้องสงสัยลักลอบขนขยะสายไฟบดมาทิ้งในบ่อขยะพื้นที่ ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว กลางดึก ยึดรถของกลางน้ำหนักรวม 46 ตัน พร้อมโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อประสานงาน ด้านคนขับอ้างได้รับคำสั่งจากเครือข่ายขนส่งให้ไปรับขยะใน จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนนำมาทิ้งตามพิกัดที่ส่งให้ โดยมีชายลักษณะคล้ายชาวต่างชาติเป็นผู้ชี้จุดตักขยะขึ้นรถ เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้รับแจ้งจากกำนันในพื้นที่ว่า พบรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขับวนเวียนอย่างมีพิรุธและต้องสงสัยว่าจะนำขยะมาลักลอบทิ้งบริเวณบ่อขยะ หมู่ 21 ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว จึงจัดกำลังติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 22 ต.ค. ต่อเนื่องวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสระแก้วตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของรถบรรทุกพ่วงต้องสงสัยที่คาดว่าใช้ขนกากอุตสาหกรรม โดยแบ่งกำลังออกติดตามเส้นทาง กระทั่งพบรถจอดรออยู่ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งบนถนนสาย 359 ก่อนเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่บ่อลูกรังเก่า บริเวณบ้านใหม่ไพรวัลย์ หมู่ 7 ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดล้อมตรวจสอบ
พบคนขับชื่อ นายสุรเจตน์ หรือ “เต้” พร้อมชายในพื้นที่อีก 2 ราย ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นว่าเกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่ต้นทาง รวมผู้เกี่ยวข้องที่ถูกควบคุมตัว 3 ราย พร้อมรถพ่วงบรรทุกขยะสายไฟบด โดยมีน้ำหนักรวมรถประมาณ 46 ตัน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดรถและโทรศัพท์มือถือที่คาดว่าใช้ติดต่อประสานงานไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสุรเจตน์ให้การอ้างว่า ได้รับพิกัดจากเพื่อนร่วมอาชีพให้ไปรับสินค้าที่โกดังแห่งหนึ่งใน ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีชายลักษณะคล้ายชาวต่างชาติเป็นผู้ชี้จุดให้ตักขยะขึ้นรถ ก่อนจะมีบุคคลโทรศัพท์ติดต่อและส่งพิกัดให้ขนขยะไปทิ้งที่บ่อขยะใน จ.สระแก้ว ได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 8,000 บาท ระหว่างทางมีการเปลี่ยนจุดทิ้งขยะและสั่งให้จอดรถรอตามปั๊มน้ำมันเป็นระยะ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะถูกติดตามและเข้าตรวจยึดรถได้ในที่สุด
ด้านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้วได้เก็บตัวอย่างสายไฟบดย่อยและวัสดุที่บรรทุกมากับรถ เพื่อนำส่งตรวจวิเคราะห์ที่ จ.ชลบุรี เพื่อจำแนกประเภทของวัสดุและพิสูจน์ว่าเข้าข่ายกากอุตสาหกรรม วัตถุอันตราย หรือมีการลักลอบกำจัดโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่
ขณะที่เจ้าหน้าที่ ตำรวจระบุว่า ได้เชิญตัวคนขับรถมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ส่วนผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3 รายยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากต้องรอผลตรวจพิสูจน์และรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนพิจารณาดำเนินคดี


