ตราด – หลานนายก อบต.เกาะกูด เข้ามอบตัว ตำรวจ สภ.แหลมงอบ คดีลักลอบขนอาวุธสงครามจากประเทศกัมพูชาเข้าพื้นที่ จ.ตราด หลังหลบหน้านาน 2 เดือน เบื้องต้นให้การปฏิเสธ ขณะที่ ผบก.ภ.จว.ตราด ลงสอบปากคำด้วยตนเอง ย้ำเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง
จากกรณี คดีลักลอบขนอาวุธสงครามจากประเทศกัมพูชาเข้าพื้นที่ จ.ตราด เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2569 หลังผู้ต้องหาตามหมายจับ เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.แหลมงอบ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังหลบหนีไปอยู่ในกัมพูชานานประมาณ 2 เดือน โดยคดีดังกล่าวเริ่มจากตำรวจน้ำแหลมงอบประสานข้อมูลข่าวกรองร่วมกับกองทัพเรือ ติดตามเรือสปีดโบ๊ทต้องสงสัยที่คาดว่าลักลอบขนอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย เป็นชาย 2 คน และหญิง 1 คน บริเวณท่าเรือดิเรก ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด พร้อมตรวจยึดปืนเล็กยาว AK-47 จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืนหลายขนาดรวมกว่า 21,000 นัด และซองกระสุน 102 ซอง
ล่าสุดวันนี้( 22 ต.ค.) นายศักดิ์รินทร์ จันทร์อบ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตราด ได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.แหลมงอบ โดยมีนายเดชาธร จันทร์อบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูด ซึ่งเป็นอาของผู้ต้องหา พาเข้าพบเจ้าหน้าที่ หลังผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ในประเทศกัมพูชาประมาณ 2 เดือน หลังรับตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและ พ.ต.อ.จุมพฏ มัณยาภา ผกก.สภ.แหลมงอบ ได้สอบปากคำเบื้องต้น โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนอาวุธสงครามตามข้อกล่าวหา
ต่อมาเวลา 17.30 น. พล.ต.ต.ปรารถนา แผ่นผา ผบก.ภ.จว.ตราด เดินทางเข้าสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง ก่อนร่วมให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนในช่วงเย็น โดยระบุว่าคดียังมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ เนื่องจากคำให้การของผู้ต้องหาแต่ละรายมีข้อมูลบางส่วนขัดแย้งกัน พนักงานสอบสวนจึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและความเกี่ยวข้องของแต่ละบุคคล
ผบก.ภ.จว.ตราด ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้มีคำให้การพาดพิงบุคคลที่อยู่ในเรือนจำว่าเป็นผู้กระทำความผิดทั้งหมด ขณะที่บุคคลดังกล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงจากคำกล่าวอ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบประกอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ส่วนการเข้ามอบตัวของผู้ต้องหารายล่าสุด มีรายงานว่าก่อนหน้านี้เคยประสานขอมอบตัวมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ติดปัญหาสถานการณ์การสู้รบ ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ กระทั่งมีการประสานเข้ามอบตัวอีกครั้งและเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
สำหรับการดำเนินคดี พนักงานสอบสวนระบุว่าจะไม่ให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน ส่วนการพิจารณาประกันตัวในชั้นศาลเป็นอำนาจของศาลตามกฎหมาย ขณะที่คดียังคงอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนสอบสวนและฝากขัง
ผบก.ภ.จว.ตราด ย้ำว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงและขยายผลไปยังบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายลักลอบขนอาวุธสงคราม หากพบหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ใด จะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด


