xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ถึงฝั่งฝัน! แรงงานเกาหลีสู้ชีวิต 21 ปี ดับกะทันหัน แม่กอดโลงลูบหน้าลูกร่ำไห้ สลด...แพลนแต่งงานปีหน้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี-สู้เพื่อครอบครัวมาครึ่งชีวิต... หนุ่มแรงงานไทยชาวอุดรวัย 41 ปี เสียชีวิตกะทันหัน ขณะทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ หลังทำงานหาเงินแดนกิมจินานถึง 21 ปี จนซื้อที่ดินให้พ่อแม่ได้ เผยเจ้าตัวเพิ่งหมั้นหมายและวางแผนจะกลับมาแต่งงานในปี 2570 แต่สุดท้ายกลับมาได้เพียงร่างไร้วิญญาณ ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ระงมของแม่และญาติพี่น้องที่มารอรับกลับบ้านเกิด


เมื่อช่วงสายวันที่ 22 ตุลาคม 2569 รถนำร่างนายสาครกลับถึงบ้านเกิด ท่ามกลางญาติพี่น้องและชาวบ้านที่มารอรับด้วยความอาลัย ครอบครัวเตรียมสถานที่ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทันทีที่รถมาถึง นางสมพร ภูเฮียงแก้ว ผู้เป็นแม่ จุดธูปเรียกดวงวิญญาณลูกชายกลับบ้าน พร้อมร่ำไห้พูดภาษาอีสานว่า “ลงจากรถเด้อลูก กลับมาบ้านหาพ่อแม่พี่น้องเด้อ” ก่อนเจ้าหน้าที่จะเคลื่อนโลงศพเข้าไปภายในบ้าน

เมื่อได้เห็นหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย ผู้เป็นแม่ถึงกับทรุดตัวลง ใช้มือลูบใบหน้าลูกด้วยความอาลัย ก่อนปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น สร้างความสะเทือนใจให้กับญาติพี่น้องและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

นางสมพร เล่าทั้งน้ำตาว่า นายสาครเป็นลูกชายคนโตและเป็นเสาหลักของครอบครัว เดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้ตั้งแต่อายุ 20 ปี ทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเงินกลับมาดูแลพ่อแม่และสร้างเนื้อสร้างตัว จนสามารถซื้อที่ดินได้ประมาณ 3-4 ไร่ ลูกชายเป็นคนรักครอบครัว ไม่เกเร แม้บางครั้งจะพูดเสียงดัง แต่ก็เป็นคนดีและคอยดูแลคนในบ้านมาโดยตลอด


ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายไม่ได้โทรศัพท์กลับบ้านตามปกติ ทำให้ครอบครัวเริ่มเป็นห่วง กระทั่งแฟนสาวชาวไทยที่อยู่ในเกาหลีใต้โทรศัพท์มาแจ้งข่าว พร้อมบอกให้แม่ทำใจดี ๆ เพราะนายสาครมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง และพยายามวิดีโอคอลติดต่อครอบครัวแต่ไม่สำเร็จ ก่อนที่ครอบครัวจะได้รับข่าวร้ายจากโรงพยาบาลและแฟนสาวว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว

สิ่งที่ทำให้ครอบครัวยิ่งทำใจได้ยาก คือความฝันที่กำลังจะเป็นจริง โดยนางสมพรเปิดเผยว่า ลูกชายได้หมั้นหมายกับหญิงสาวชาวบุรีรัมย์ ซึ่งทำงานอยู่ที่เกาหลีใต้ด้วยกัน และวางแผนจะกลับมาจัดงานแต่งงานในปี 2570 หรือปีหน้า ทุกคนต่างเฝ้ารอวันที่ลูกชายจะกลับบ้าน เพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว แต่สุดท้ายวันที่รอคอยกลับกลายเป็นวันที่ต้องรับร่างไร้วิญญาณ


“ลูกเป็นคนขยัน ทำงานมาตั้งแต่อายุ 20 ปี หวังสร้างครอบครัวและกลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับมาแต่งงานอย่างที่ตั้งใจ” สำหรับพิธีฌาปนกิจ ครอบครัวเตรียมจัดขึ้นที่วัดแจ้งสว่างในวันเสาร์นี้ เพื่อให้ญาติพี่น้องและผู้ที่รู้จักได้ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย


ด้านนายอัฐษฎาวุฒิ หงส์ทอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มเยาวชนจิตอาสาอุดรธานี บอกว่า หลังได้รับการประสานจาก สจ.ในพื้นที่ ผู้ใหญ่บ้าน และญาติผู้เสียชีวิต กลุ่มจิตอาสาได้เร่งประสานสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมช่วยเหลือครอบครัวจัดเตรียมเอกสาร เพื่อดำเนินการนำร่างนายสาครกลับประเทศไทย โดยร่างผู้เสียชีวิตเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยเที่ยวบินไทย TG635 เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 21 ตุลาคม ก่อนที่ตัวแทนกลุ่มเยาวชนจิตอาสาอุดรธานีจะไปรับร่างและประสานส่งกลับบ้านเกิด จ.อุดรธานี


จากหนุ่มวัย 20 ปี ที่เดินทางไกลบ้านเพื่อสร้างอนาคต สู่แรงงานไทยวัย 41 ปีที่ทุ่มเททำงานในต่างแดนนานกว่า 21 ปี วันนี้นายสาครได้กลับถึงบ้านแล้ว แต่กลับไม่มีโอกาสเข้าพิธีวิวาห์ตามที่ฝันไว้ ไม่มีวันได้เริ่มต้นชีวิตคู่ และไม่มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตกับพ่อแม่อย่างที่ตั้งใจ เหลือไว้เพียงความทรงจำและความรักของครอบครัวที่ยากจะลืมเลือน