สุโขทัย – ประตูระบายน้ำยม เมืองสุโขทัย สุดคึกคัก..ชาวบ้านแห่จับปลาค้าว ปลาแดง ปลากดแก้ว ปลากา ปลาตะโกก ปลายี่สก ปลาสร้อย ปลาแปบ ปลาตะเพียน กันสนุกมือ บางรายจ้วงสวิง 3 ที ได้ปลาเกือบ 50 กิโลฯ ส่วนพรานปลาบางคนลงทุนดำลึก 5 เมตร ล่า “ปลาหมูอ้น” เป็นหลัก
วันนี้(22 ต.ค.) บริเวณประตูระบายน้ำบ้านยางซ้าย หมู่ 5 ต.ยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย เป็นไปด้วยความคึกคัก หลังชาวบ้านทั่วสารทิศแห่มาจับปลาในแม่น้ำยม ซึ่งได้ทั้งปลาค้าว ปลาแดง ปลากดแก้ว ปลากา ปลาตะโกก ปลายี่สก ปลาสร้อย ปลาแปบ ปลาตะเพียน และปลาหมูอ้น ที่ผู้คนนิยมกินมากที่สุด ขายดีถึงขั้นต้องแย่งกันซื้อ เพราะหายาก รสชาติอร่อย แล้วมีให้กินแค่ปีละครั้งเท่านั้น
เมนูที่อร่อยขึ้นชื่อ นิยมทำกินกันมากที่สุด ก็คือ ต้มยำปลาหมู และปลาหมูทอดน้ำปลา ส่วนราคาขายมีตั้งแต่กิโลกรัมละ 100 บาท ไปจนถึงกิโลกรัมละ 400 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดตัว (เล็ก-กลาง-ใหญ่)
แต่การหา “ปลาหมูอ้น” นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความชำนาญ ด้วยการดำน้ำลึก 5 เมตร มุดลงไปวางลอบดักจับฝูงปลาที่ใต้ประตูระบายน้ำ (ก้นแม่น้ำยม) พอได้ปลาก็ต้องดำลงไปนำลอบขึ้นมา เอาปลาหมูออก แล้วก็ดำลงไปวางลอบดักใหม่ ทำวนซ้ำไปอยู่อย่างนี้ จนกว่าจะหมดฤดูกาล
ขณะที่คุณป้า อายุ 60 ปี ที่ยืนอยู่บนคานเหล็กประตูระบายน้ำ ก็ได้ใช้สวิงตักปลาสร้อย ปลาแปบ อย่างสนุกมือ เพราะปลาขึ้นเยอะมาก ถึงกับว่ายมาออรอให้จับบนผิวน้ำ แค่คุณป้ายกสวิงจ้วงตัก 3 ที ก็ได้ปลาเกือบ 50 กิโลกรัม นำไปขายกิโลละ 10-15 บาท มีแม่ค้ามารับซื้อถึงที่
ชาวบ้านที่มาหาปลา บอกว่า ช่วงที่ปลาสร้อยขึ้นเยอะๆ มีบางคนจับขายได้มากถึงวันละ 10,000 บาท ส่วนปลาหมูจับขายได้มากสุดถึงวันละ 30,000 บาท รวมตลอดช่วงฤดูกาลจับ สามารถสร้างรายได้จำนวนหลายแสนบาท แต่ปีนี้น้ำมาน้อย คงได้ไม่มากเท่าในปี 2568
ด้านชาวนาบ้านยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย กล่าวตัดพ้อว่า ปีนี้ย่ำแย่มาก ทั้งปุ๋ย-ยา-เมล็ดพันธุ์ข้าว-น้ำมัน ต่างแพงหมด ค่าจ้างรถเกี่ยวก็ขึ้นราคาเป็นไร่ละ 500 บาท แต่รัฐบาลนิ่งเฉยที่จะแก้ปัญหา อย่างน้อยช่วยเรื่องส่วนต่างราคาข้าวให้ชาวนาบ้าง ตอนนี้ลำบากกันหมด จึงพากันมาจับปลาหาทุนทำนารอบต่อไป


