xs
xsm
sm
md
lg

ยอมแล้ว! ดราม่าเสื้อวินพัทยาสีน้ำเงิน สส.พรรคประชาชนเผยนายกฯ เห็นด้วยคืนสีส้ม จ่อหาทางเยียวยาค่าเสื้อ 550 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - เปิดเบื้องหลังปมเปลี่ยนสีเสื้อวินมอเตอร์ไซค์พัทยา จากจุดเริ่มต้นแก้ปัญหาวินเถื่อนเมื่อปี 2568 ก่อนมีมติใช้เสื้อสีฟ้าเข้ม กระทั่งเปิดตัวเสื้อสีน้ำเงินในเดือนตุลาคม 2569 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งเรื่องความปลอดภัยและภาระค่าใช้จ่าย ล่าสุด สส.ชลบุรี พรรคประชาชน เผยหารือนายกรัฐมนตรีแล้ว ระบุเห็นด้วยกับการกลับไปใช้สีส้ม พร้อมรับเรื่องค่าเสื้อ 550 บาท ไปพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ ขณะที่ผู้ขับขี่วอนรัฐฟังเสียงคนทำงานจริง

วันนี้( 22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี หลังมีการเปลี่ยนสีเสื้อกั๊กจากสีส้มเป็นสีน้ำเงิน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้ขับขี่และประชาชน โดยเฉพาะข้อกังวลเรื่องการมองเห็นในเวลากลางคืน ความคุ้นเคยของนักท่องเที่ยว ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเสื้อใหม่

ข้อมูลจากอำเภอบางละมุงระบุว่า จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนสีเสื้อวินมอเตอร์ไซค์เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2568 สมัยนายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ ดำรงตำแหน่งนายอำเภอบางละมุง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างเกี่ยวกับปัญหาวินเถื่อนและผู้ขับขี่ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ จึงมีการหารือกับตัวแทนหัวหน้าวินเพื่อหาแนวทางจัดระเบียบ และแยกผู้ขับขี่ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องออกจากผู้ให้บริการนอกระบบ

ช่วงแรกมีข้อเสนอให้เปลี่ยนเสื้อกั๊กเป็นสีฟ้าน้ำทะเล เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์เมืองท่องเที่ยวชายทะเลอย่างพัทยา แต่ตัวแทนหัวหน้าวินบางส่วนเห็นว่าสีฟ้าอ่อนอาจซีดจางได้ง่าย จึงเสนอให้ใช้สีที่เข้มขึ้น

ต่อมา วันที่ 25 มิถุนายน 2568 คณะอนุกรรมการประจำท้องที่ประชุมพิจารณาประเด็นดังกล่าวเป็นครั้งแรก และมีมติเห็นชอบให้ใช้เสื้อกั๊กสีฟ้าเข้ม ก่อนประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เพื่อตรวจสอบรายละเอียดและรูปแบบเสื้อ สำหรับเสนอคณะกรรมการระดับจังหวัดชลบุรีพิจารณา

กระทั่งวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการระดับจังหวัดชลบุรีมีหนังสือกำหนดให้ใช้เสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุมสีฟ้าเข้ม โดยอำเภอบางละมุงได้ประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลง ก่อนจัดกิจกรรมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ซึ่งนำไปสู่กระแสถกเถียงถึงความเหมาะสมของสีเสื้อและผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพ

สส.เผยคุยนายกฯ แล้ว เห็นด้วยคืนสีส้ม

ด้านนายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน เปิดเผยว่า แนวคิดการเปลี่ยนสีเสื้อวินมอเตอร์ไซค์เริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยนายอำเภอบางละมุงคนก่อน โดยมีการหารือระหว่างตัวแทนภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแนวคิดเดิมเป็นเสื้อสีฟ้าน้ำทะเลที่มีความสว่าง พร้อมแถบสะท้อนแสงและคิวอาร์โค้ดสำหรับตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่และสถานที่ตั้งวิน รวมถึงรองรับระบบชำระเงิน

นายยอดชายระบุว่า เห็นด้วยกับหลักการยกระดับมาตรฐานรถจักรยานยนต์สาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาภาพลักษณ์และพัฒนาการให้บริการ แต่เมื่อนำมาใช้จริงกลับพบว่าเสื้อที่เปิดตัวเป็นสีน้ำเงินเข้ม แตกต่างจากแนวคิดสีฟ้าที่เคยหารือกันไว้ ขณะที่ระบบคิวอาร์โค้ดสำหรับตรวจสอบข้อมูลวินและประวัติผู้ขับขี่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็น ยังพบข้อกังวลเกี่ยวกับการมองเห็นเสื้อสีน้ำเงินเข้มในเวลากลางคืน โดยเฉพาะบริเวณด้านหลังผู้ขับขี่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสังเกตเห็นได้ยาก และเกิดความกังวลด้านความปลอดภัย

นายยอดชายเปิดเผยอีกว่า ช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภา พร้อมนำเสนอปัญหาและเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบอาชีพวินมอเตอร์ไซค์พัทยา โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับการกลับไปใช้เสื้อสีส้ม เนื่องจากมีความโดดเด่นและมองเห็นได้ชัดเจนกว่า พร้อมรับเรื่องไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนกลับไปใช้สีส้มยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการและหน่วยงานที่มีอำนาจในระดับจังหวัดและอำเภอ จึงยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่าจะยกเลิกการใช้เสื้อสีน้ำเงินเมื่อใด
จ่อหาทางช่วยผู้ขับขี่ แบกค่าเสื้อใหม่ตัวละ 550 บาท

อีกประเด็นสำคัญคือภาระค่าใช้จ่าย หลังผู้ขับขี่ต้องซื้อเสื้อกั๊กสีน้ำเงินตัวละ 550 บาท โดยนายยอดชายระบุว่าได้แจ้งเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรีทราบเช่นกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแสดงความประหลาดใจเมื่อทราบว่าผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง พร้อมรับเรื่องไปหารือเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ

นายยอดชายเสนอว่า การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ที่กระทบต่อผู้ประกอบอาชีพจำนวนมาก ควรเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง ไม่ควรรับฟังเฉพาะตัวแทนหรือหัวหน้าวินบางส่วน เพราะอาจทำให้ข้อมูลไม่ครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้นจริงเมื่อนำนโยบายไปปฏิบัติ

วินมอเตอร์ไซค์โอด ไม่ได้อยากเปลี่ยนสี แต่ต้องทำตามกฎ

ขณะที่บรรยากาศการให้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างในเมืองพัทยา พบว่าผู้ขับขี่ยังคงให้บริการตามปกติ โดยมีทั้งผู้ที่สวมเสื้อกั๊กสีส้มแบบเดิมและผู้ที่เปลี่ยนมาใช้เสื้อสีน้ำเงินแล้ว

นางสาววลัยพร แสงกด ผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างในเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ปัญหาของผู้ขับขี่ในขณะนี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องสีเสื้อ แต่ยังมีการแข่งขันจากบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งทำให้ผู้โดยสารบางส่วนหันไปใช้บริการดังกล่าวมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้ของวินมอเตอร์ไซค์แบบดั้งเดิม

นางสาววลัยพร กล่าวว่า ไม่เข้าใจเหตุผลของการเปลี่ยนสีเสื้อเพื่อสร้างความทันสมัย เพราะมองว่าไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาที่ผู้ประกอบอาชีพกำลังเผชิญ โดยเฉพาะเรื่องรายได้และความปลอดภัย พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการใช้สีที่สอดคล้องกับน้ำทะเล ทั้งที่การทำงานของวินมอเตอร์ไซค์ต้องอยู่บนท้องถนนเป็นหลัก

ผู้ขับขี่ยังยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับสีเสื้อ แต่เมื่อหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์ให้เปลี่ยนก็จำเป็นต้องปฏิบัติตาม ก่อนจะต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้กำหนดนโยบายเอง

นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลว่าเสื้อสีน้ำเงินเข้มอาจทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมองเห็นผู้ขับขี่ได้ไม่ชัดเจนในช่วงกลางคืน จึงรู้สึกมั่นใจเรื่องความปลอดภัยมากกว่าหากกลับไปใช้เสื้อสีส้ม พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสื้อสีน้ำเงินตัวละ 550 บาท หากมีการเปลี่ยนกลับไปใช้สีเดิม

นางสาววลัยพรเรียกร้องให้ภาครัฐรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบอาชีพอย่างจริงจัง ก่อนกำหนด มาตรการที่ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน โดยควรให้ผู้ขับขี่มีส่วนร่วมตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของตนเอง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและปัญหารายได้ควบคู่กับการพัฒนาภาพลักษณ์
สำหรับปมเปลี่ยนสีเสื้อวินมอเตอร์ไซค์พัทยา

ขณะนี้ยังต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องการทบทวนสีเสื้อและแนวทางช่วยเหลือผู้ที่ซื้อเสื้อใหม่ไปแล้ว โดยประเด็นสำคัญคือการหาข้อสรุปที่คำนึงถึงทั้งมาตรฐานการให้บริการ ความปลอดภัยบนท้องถนน และภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบอาชีพที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ