xs
xsm
sm
md
lg

ตชด.ภาค 2 รวบแก๊งเยาวชนวัย 14-17 ปี ขนยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด สารภาพรับจ้างจากเครือข่ายฝั่งลาวทำมาหลายครั้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สกลนคร - ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 บุกสกัดจับแก๊งเยาวชนอายุ 14 และ 17 ปี รวม 3 คน ขับเก๋งซิ่งลักลอบขนยาบ้า 197,960 เม็ด สารภาพรับงานจากเครือข่ายฝั่ง สปป.ลาว เตรียมส่งมอบในพื้นที่ อ.บ้านม่วง แลกค่าจ้าง 40,000 บาท ทำมาแล้วหลายครั้ง



วันนี้ (21 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (บก.ตชด.ภาค 2) ได้สนธิกำลังไล่ล่าสกัดจับรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีอส สีขาว หมายเลขทะเบียน กล 426 ฉะเชิงเทรา หลังสืบทราบว่ามีพฤติกรรมลักลอบขนยาเสพติด

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นจากการไล่ติดตามรถยนต์คันดังกล่าวบนถนนหมายเลข 2096 สายบ้านม่วง-คำตากล้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตามสกัดได้บริเวณถนนบ้านวังยาว ต.วังชมภู อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ และรถคันดังกล่าวได้เลี้ยวซ้ายกลับมาบนถนนหมายเลข 2096 บริเวณสามแยกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โนนสะอาด อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงขับรถสะกดรอยติดตามอย่างกระชั้นชิด เมื่อสบโอกาสจึงส่งสัญญาณให้ชะลอรถและชิดขอบทางด้านซ้าย ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้น


จากการตรวจค้นภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบของกลางเป็นยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงสีดำซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จำนวน 1 กระสอบ รวมยาบ้าทั้งสิ้นประมาณ 197,960 เม็ด พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาภายในรถไว้ได้ทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วย

• นายสรชัย หรือเติ้ล อายุ 17 ปี ชาว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร
• นายวิชชุกร หรือยูโร อายุ 17 ปี ชาว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร
• เด็กชายรวิชญ์ หรือโฟกัส อายุ 14 ปี ชาว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้รับการติดต่อจากชายไทยรายหนึ่ง ซึ่งพักอาศัยอยู่ใน สปป.ลาว ให้นำยาเสพติดจากพื้นที่ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ไปส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร หากงานสำเร็จจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินรวม 40,000 บาท และยอมรับด้วยว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเตรียมขยายผลกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติกลุ่มนี้ต่อไป