xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบางคล้าโอด! เยียวยาน้ำท่วม 9 พันยังไม่ถึงมือ บ้านพังเสาปูนแตก 9 ต้น วอนรัฐช่วยซ่อมแซม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉะเชิงเทรา – ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา โอดเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ยังไม่ถึงมือ หลังลงทะเบียนแจ้งความเสียหายกับ อบต. พร้อมเก็บภาพเป็นหลักฐาน เผยบ้านถูกคลื่นน้ำจากรถยนต์วิ่งบนถนนใหญ่ซัดจนเสาปูนเสียหาย 9 ต้นจากทั้งหมด 10 ต้น วอนรัฐบาลแยกงบซ่อมบ้านช่วยเหลือเพิ่มเติม หลังรายได้หดหายจากแหล่งงานรับจ้างคัดกุ้งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

น.ส.เรไร สมมุตุ อายุ 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.บางกระเจ็ด อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาลหลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม มีเพียงเจ้าหน้าที่ อบต.บางกระเจ็ด แจ้งให้ผู้ประสบภัยไปลงชื่อและถ่ายภาพความเสียหายของบ้านเรือนเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อประกอบการพิจารณาช่วยเหลือ โดยเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ตามที่ได้รับแจ้งนั้น ยังไม่มีเงินลงมาถึงมือประชาชนในพื้นที่

น.ส.เรไร กล่าวว่า บ้านของตนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะเสาปูนที่ใช้รองรับตัวบ้าน ซึ่งเสียหายถึง 9 ต้น จากทั้งหมด 10 ต้น หลังรถยนต์ขนาดใหญ่ที่วิ่งสัญจรบนถนนสายหลักซึ่งอยู่สูงกว่าระดับบ้าน ทำให้เกิดคลื่นน้ำซัดเข้าหาตัวบ้านอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เนื้อคอนกรีตของเสาปูนแตกร้าว บวมยุ่ย และปริแตก จนต้องเร่งหาทางซ่อมแซม

“ เงินเยียวยา 9,000 บาท อาจไม่เพียงพอต่อค่าซ่อมบ้านและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาความช่วยเหลือด้านการซ่อมแซมบ้านเป็นกรณีพิเศษ แยกจากเงินเยียวยาผู้ประสบภัยทั่วไป เนื่องจากแต่ละครัวเรือนได้รับผลกระทบแตกต่างกัน บางบ้านอาจมีความเสียหายไม่มาก แต่บ้านของตนได้รับความเสียหายต่อโครงสร้างอย่างชัดเจน”

นอกจากนี้ น.ส.เรไร ยังได้รับผลกระทบด้านอาชีพ เนื่องจากทำงานรับจ้างคัดกุ้ง แต่บ่อกุ้งและแพรับซื้อกุ้งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ทำให้ขาดรายได้และยังไม่รู้ว่าจะกลับไปทำงานได้เมื่อใด ขณะที่ระดับน้ำบริเวณบ้านยังท่วมสูงประมาณหน้าแข้งเกือบถึงหัวเข่า ลดลงจากระดับสูงสุดกว่า 1.5 เมตรเพียงประมาณ 1 นิ้ว หรือ 2.5 เซนติเมตรเท่านั้น

ด้านนายสุกัณฑ์ โสรัจจกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และประธานสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 (EEC) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ยังอยู่ระหว่างรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยประชาชนได้รับคำแนะนำให้ลงทะเบียนแจ้งความเสียหายต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่

พร้อมรวบรวมข้อมูลและภาพถ่ายประกอบหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีเงินเยียวยาจากรัฐบาลลงมาถึงพื้นที่ และผู้ประสบภัยยังคงต้องรอความช่วยเหลือต่อไป