xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจชลบุรีบุกค้น 12 จุดบางละมุง สางปมต่างชาติถือครองอสังหาฯ ผ่านนอมินี พบทรัพย์สินกว่า 800 ล้าน ยึดคอมพิวเตอร์กว่า 100 เครื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - ตำรวจชลบุรีสนธิกำลังพาณิชย์–กรมที่ดิน เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 12 จุดใน อ.บางละมุง ตรวจพบบริษัทเข้าข่ายกระทำผิด 12 แห่ง บ้านพัก และที่ดิน มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท พบชายชาวจีน 3 คนในบ้านหรู พร้อมคอมพิวเตอร์กว่า 100 เครื่อง ขณะที่มีผู้เกี่ยวข้องเข้าข่ายถูกดำเนินคดี 85 ราย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

วันนี้( 21 ต.ค.) พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นำกำลังตำรวจจาก สภ.บางละมุง สภ.หนองปรือ ชุดสืบสวน และชุดปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรีและเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน นำหมายค้นศาลจังหวัดพัทยาเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 12 จุด ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อขยายผลตรวจสอบเครือข่ายชาวต่างชาติที่ต้องสงสัยใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

หนึ่งในเป้าหมายเป็นบ้านหรูเนื้อที่ประมาณ 1.2 ไร่ ภายในซอยร่วมสุข 12 ต.หนองปรือ เจ้าหน้าที่พบชายชาวจีน 3 คน ซึ่งเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กว่า 100 ชุดที่ยังประกอบไม่แล้วเสร็จ จึงตรวจยึดไว้ตรวจสอบถึงที่มาและวัตถุประสงค์การใช้งาน

นอกจากนี้ ยังตรวจพบบัญชีธนาคารของชายชาวจีนรายหนึ่งมีเงินหมุนเวียนประมาณเดือนละ 200,000 บาท โดยเจ้าตัวอ้างว่าเป็นรายได้จากการให้เช่าบ้าน

จากการตรวจสอบเอกสารสิทธิพบว่า บ้านและที่ดินดังกล่าวถือครองในนามบริษัท พัทยาวิสชั่น จำกัด โดยข้อมูลเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ถือหุ้นเป็นชาวจีนทั้งหมด จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว

สำหรับผลการตรวจค้นทั้ง 12 จุด เจ้าหน้าที่พบบริษัทที่เข้าข่ายกระทำผิด 12 บริษัท บ้านพัก 11 หลัง และที่ดิน 16 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินกว่า 800 ล้านบาท มีผู้เกี่ยวข้องเข้าข่ายถูกดำเนินคดีรวม 85 ราย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลายสัญชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ด้านเจ้าหน้าที่กรมที่ดินระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบการถือครองที่ดินโดยมิชอบ จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงกระบวนการบังคับจำหน่ายที่ดินภายใน 180 วัน พร้อมติดตามการโอนกรรมสิทธิ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเปลี่ยนตัวผู้ถือครองแทนกลับมาใช้วิธีเดิมอีกครั้ง

ทั้งนี้ การตรวจค้นและการตรวจสอบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน ผู้เกี่ยวข้องยังถือเป็นผู้ต้องสงสัยจนกว่าจะมีข้อยุติตามกระบวนการยุติธรรม