xs
xsm
sm
md
lg

วินพัทยาโวยเสื้อน้ำเงินมืดเกิน! ท้าพิสูจน์กลางคืนสีส้มเห็นชัดกว่า ลั่น “เราวิ่งบนถนน ไม่ได้วิ่งในทะเล”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา – วินมอเตอร์ไซค์พัทยาสะท้อนปัญหาเปลี่ยนเสื้อกั๊กจากสีส้มเป็นสีน้ำเงิน ตั้งข้อกังวลมองเห็นยากในเวลากลางคืน ขณะที่วินรุ่นเก๋าวัย 65 ปี ลั่น “เราวิ่งบนถนน ไม่ได้วิ่งในทะเล” วอนทบทวนโดยยึดความปลอดภัยเป็นหลักเผยเสื้อใหม่ราคาตัวละ 550 บาท บางรายยังไม่ได้รับเพราะร้านตัดเย็บผลิตไม่ทัน พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนเสื้อตัวแรกและเพิ่มแถบสะท้อนแสง

กลางดึกวานนี้( 20 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการให้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังอำเภอบางละมุงเดินหน้าจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยปรับเปลี่ยนเสื้อกั๊กจากสีส้มเป็นสีน้ำเงิน เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้สอดคล้องกับเมืองท่องเที่ยวชายทะเล แต่ยังมีเสียงสะท้อนจากผู้ขับขี่บางส่วน ทั้งเรื่องความคุ้นเคยของนักท่องเที่ยว การมองเห็นในเวลากลางคืน และค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเสื้อใหม่


จากการลงพื้นที่พบว่า ยังมีผู้ขับขี่บางรายสวมเสื้อกั๊กสีส้มแบบเดิมให้บริการ โดยผู้ขับขี่บางคิวระบุว่ายังไม่ได้รับเสื้อสีน้ำเงิน เนื่องจากร้านตัดเย็บผลิตไม่ทันตามความต้องการ จึงต้องใช้เสื้อเดิมไปก่อน

จากการสังเกตเปรียบเทียบการมองเห็นเสื้อกั๊กทั้งสองสีในบริเวณที่มีแสงสว่างน้อย โดยให้ผู้ขับขี่สวมเสื้อแต่ละสีขับรถจักรยานยนต์ผ่าน พบว่าเสื้อสีส้มดูโดดเด่นและสังเกตเห็นได้ง่ายกว่า ขณะที่เสื้อสีน้ำเงินเข้มกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมากกว่า อย่างไรก็ตาม การทดลองดังกล่าวเป็นเพียงการสังเกตภาคสนาม ไม่ใช่การทดสอบตามมาตรฐานทางวิศวกรรมหรือมาตรฐานความปลอดภัยทางถนน


ด้านนายรัตน์ อายุ 65 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในเมืองพัทยามานานหลายสิบปี กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าการเปลี่ยนสีเสื้อครั้งนี้ค่อนข้างกะทันหัน และกังวลว่าสีน้ำเงินเข้มจะมองเห็นได้ไม่ชัดในช่วงกลางคืน ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

“แม้การเลือกสีน้ำเงินจะมีเหตุผลเรื่องการสร้างอัตลักษณ์เมืองท่องเที่ยวชายทะเล แต่ควรคำนึงถึงการใช้งานจริงเป็นสำคัญ เพราะวินมอเตอร์ไซค์ต้องให้บริการบนท้องถนน ไม่ใช่ในทะเล เราวิ่งบนถนนมันต้องให้ประชาชนหรือรถผู้ใช้ถนนได้เห็นชัดเจน ที่บอกว่าจะได้กลมกลืนกับน้ำทะเล เราไม่ได้ไปวิ่งในทะเล ” นายรัตน์กล่าว


นอกจากข้อกังวลเรื่องการมองเห็นแล้ว นายรัตน์ ยังสะท้อนภาระค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยนเสื้อกั๊กใหม่ ซึ่งมีราคาตัวละ 550 บาท ถือเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับผู้ประกอบอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน อีกทั้งร้านตัดเย็บยังผลิตเสื้อไม่ทัน ทำให้ผู้ขับขี่บางรายต้องรอรับเสื้อ โดยตนเองต้องยืมเสื้อสำรองมาสวมใส่ระหว่างรอเสื้อที่สั่งตัดไว้

นายรัตน์เสนอว่า หากภาครัฐต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบเสื้อวินมอเตอร์ไซค์ ควรสนับสนุนเสื้อกั๊กตัวแรกให้ผู้ขับขี่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนเสื้อตัวต่อไปจึงให้ผู้ประกอบอาชีพรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง เพื่อลดภาระในช่วงเปลี่ยนผ่าน ส่วนเรื่องสีเสื้อ ยืนยันว่าไม่ได้มีอคติต่อสีใดหรือเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง แต่ต้องการให้เลือกสีที่สว่างและสะดุดตา เช่น สีเหลืองหรือสีเขียว รวมถึงติดแถบสะท้อนแสงเพื่อเพิ่มการมองเห็น โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน


นายรัตน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์การประกอบอาชีพว่า ปัจจุบันค่อนข้างซบเซา โดยปกติจะออกมารอรับผู้โดยสารตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. ถึง 19.30–20.00 น. แต่บางวันมีผู้ใช้บริการเพียง 2 เที่ยว สะท้อนถึงภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับท่ามกลางรายได้ที่ไม่แน่นอน จึงอยากฝากถึงผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทบทวนการเลือกสีเสื้อกั๊ก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และประชาชนที่ใช้ถนนร่วมกันสามารถสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์รับจ้างได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ มาตรการเปลี่ยนสีเสื้อกั๊กวินมอเตอร์ไซค์ในพื้นที่อำเภอบางละมุง ครอบคลุมจุดตั้งวิน 564 แห่ง และผู้ขับขี่ที่ขึ้นทะเบียน 5,281 คน โดยมีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานการให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบอาชีพชี้ให้เห็นประเด็นที่หน่วยงานเกี่ยวข้องควรพิจารณาควบคู่กัน ทั้งการมองเห็นในเวลากลางคืน ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน และภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่