xs
xsm
sm
md
lg

“วราวุธ” ตรวจโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์เถื่อนปราจีนฯ ถึงกับร้อง หนักแผ่นดิน! ประสาน ตม.สกัดเจ้าของ สั่ง DSI-ปปง.สอบเส้นเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปราจีนบุรี – “วราวุธ” รมว.อุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจบริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด หลังพบพฤติการณ์ฝ่าฝืนคำสั่ง ลักลอบขยายเครื่องจักรและรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต เผยเห็นสภาพแล้วสลดใจ ตั้งข้อสงสัยรุกพื้นที่ป่าสงวน ประสาน ตม.ตรวจสอบเจ้าของกิจการ พร้อมจี้ DSI-ปปง. สอบเส้นทางการเงินและพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย สั่งอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศปูพรมตรวจโรงงานประเภท 105-106 เกือบ 3,000 แห่ง ลั่นได้รับคำสั่งนายกฯ หากพบทำผิดดำเนินการถึงที่สุด ไม่ไว้หน้าใคร

วันนี้ ( 19 ต.ค. ) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี และผู้บริหารท้องถิ่น ลงพื้นที่บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อติดตามกรณีโรงงานถูกตรวจสอบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่ง ลักลอบขยายเครื่องจักร และประกอบกิจการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ภายหลังตรวจสอบพื้นที่ภายในโรงงาน ซึ่งพบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก นายวราวุธกล่าวว่า รู้สึกสลดใจกับสภาพที่พบ โดยตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการหลายส่วนอาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย และอาจเกี่ยวข้องกับการรุกพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกที่ปะปนกับดินในปริมาณมาก โดยต้องตรวจสอบว่ามีการนำดินหรือวัสดุดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ หรือเคลื่อนย้ายไปทิ้งในพื้นที่อื่นอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

นายวราวุธระบุว่า ได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ให้ตรวจสอบสถานะและการพำนักในประเทศไทยของเจ้าของกิจการ พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน และประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมถึงมาตรการยึดทรัพย์หากพบว่ามีมูลความผิดตามกฎหมาย

“การกระทำแบบนี้หนักแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะเป็นคนสัญชาติใดก็ตาม ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้กระทำผิด และดำเนินการตามกฎหมาย”

สั่งปูพรมตรวจโรงงานเกือบ 3,000 แห่งทั่วประเทศ

นายวราวุธกล่าวต่อว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่ปล่อยให้ปัญหาโรงงานเถื่อนหรือการประกอบกิจการผิดกฎหมายดำเนินต่อไป โดยได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมประสานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศเร่งตรวจสอบโรงงานประเภท 105 และ 106 ซึ่งมีอยู่เกือบ 3,000 แห่ง พร้อมบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ DSI และ ตม.

“ผมได้รับคำสั่งโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครหรือนามสกุลอะไร หากทำผิดกฎหมายจะดำเนินการอย่างถึงที่สุด” นายวราวุธกล่าว พร้อมย้ำว่าการตรวจสอบจะมุ่งไปที่ข้อเท็จจริงและการกระทำผิด ไม่เหมารวมผู้ประกอบการตามสัญชาติ

เร่งสอบคราบน้ำมันโรงงานกรีนฯ จ่อเรียกค่าเสียหายเต็มจำนวน

ส่วนกรณีบริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเกิดปัญหาคราบน้ำมันรั่วไหลในช่วงน้ำท่วม นายวราวุธกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบประเด็นเกี่ยวกับการจัดการกองวัสดุที่เตรียมฝังกลบ ซึ่งไม่มีการคลุมพลาสติกตามเงื่อนไขที่กำหนด อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 37 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย

สำหรับคราบน้ำมันที่รั่วไหลออกจากโรงงานในช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วม เบื้องต้นพบข้อกังวลเกี่ยวกับถังเก็บน้ำมันที่อาจปิดไม่มิดชิดจนทำให้น้ำมันรั่วออกมา โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งให้โรงงานหยุดดำเนินการแล้ว พร้อมกำชับให้ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการลักลอบกลับมาเปิดกิจการ

หลังระดับน้ำลดลง จะมีการสำรวจพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบร่วมกันระหว่างบริษัท ประชาชน กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมควบคุมมลพิษ พร้อมเก็บตัวอย่างบริเวณที่พบคราบน้ำมันส่งตรวจวิเคราะห์ เพื่อเปรียบเทียบผลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำของบริษัท ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

จ่อเพิ่มโทษโรงงานทำผิดซ้ำ เปิดทางยึดใบอนุญาต

นายวราวุธยังเปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงานว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎร โดยได้เสนอให้เพิ่มมาตรการลงโทษผู้กระทำผิดให้หนักขึ้น เนื่องจากเห็นว่าบทลงโทษปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอในการป้องปราม

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางให้ความผิดบางประเภทสามารถดำเนินการด้านการเงินได้เข้มข้นขึ้น เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินมาตรการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดได้ตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณาระบบตัดคะแนนผู้ประกอบการที่กระทำผิดซ้ำ หากทำผิดครบ 3 ครั้ง อาจมีมาตรการเพิกถอนใบอนุญาตและห้ามประกอบกิจการต่อไป ทั้งหมดต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันจะเร่งตรวจสอบโรงงานที่มีความเสี่ยงทั่วประเทศ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินการกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเคร่งครัด