เพชรบุรี – เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไข่ อ.บ้านแหลม ทดลองนำปลาหมอคางดำมาเป็นอาหารเสริม หวังลดภาระค่าอาหารสำเร็จรูปและเพิ่มความสมบูรณ์ของเป็ด หลังทดลองเลี้ยงราว 20 วัน พบเป็ดกินอาหารได้ดีและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่ยังต้องติดตามผลผลิตไข่อีก 2–3 เดือน ก่อนประเมินประสิทธิภาพอย่างชัดเจน
นางสาวอรอุมา สิงหะ เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็ดไข่ ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เข้าร่วมโครงการของสำนักงานประมงจังหวัดเพชรบุรี นำปลาหมอคางดำซึ่งได้จากกิจกรรมลงแขกลงคลองในตำบลปากทะเลและพื้นที่ใกล้เคียง มาใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเป็ดไข่ โดยเป็นหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบกลุ่มแรกที่ทดลองใช้แนวทางดังกล่าวกับเป็ดจำนวน 20 ตัว
ช่วงสัปดาห์แรกเป็ดยังไม่คุ้นเคยกับการกินปลาหมอคางดำ จึงต้องนำไปผสมกับอาหารสำเร็จรูปและรำหยาบ ก่อนที่เป็ดจะเริ่มกินได้ตามปกติ ปัจจุบันให้ปลาหมอคางดำประมาณ 1 กิโลกรัมต่อมื้อ ควบคู่กับอาหารสำเร็จรูปและรำหยาบในปริมาณใกล้เคียงกัน วันละ 2 มื้อ คือช่วงเช้าและเย็น พร้อมเสริมพืชผักในท้องถิ่นตามความเหมาะสม
หลังทดลองเลี้ยงประมาณ 20 วัน พบว่าเป็ดกินอาหารได้ดีขึ้นและมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น รวมถึงเริ่มผลัดขน ซึ่งเกษตรกรต้องติดตามพัฒนาการต่อไปก่อนเข้าสู่ระยะให้ไข่ โดยคาดว่าการเสริมโปรตีนจากปลาหมอคางดำอาจช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของเป็ดและสนับสนุนการผลิตไข่ได้ แต่ยังไม่สามารถสรุปผลได้ในขณะนี้
เกษตรกรรายนี้ระบุว่า การทดลองมีแนวโน้มที่น่าสนใจ เนื่องจากราคาอาหารสัตว์สำเร็จรูปมีต้นทุนสูงขึ้น หากสามารถใช้ปลาหมอคางดำทดแทนอาหารบางส่วนได้อย่างเหมาะสม ก็อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงเป็ดได้ โดยจะติดตามผลผลิตไข่ในช่วง 2–3 เดือนข้างหน้า เพื่อประเมินทั้งความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของสูตรอาหาร ก่อนพิจารณาขยายจำนวนเป็ดที่เลี้ยงด้วยวิธีนี้
นอกจากประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดกับเกษตรกรแล้ว การนำปลาหมอคางดำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ยังเป็นอีกแนวทางเพิ่มมูลค่าให้ปลาที่จับออกจากแหล่งน้ำ ช่วยสร้างแรงจูงใจในการนำปลาต่างถิ่นมาใช้ประโยชน์ ควบคู่กับมาตรการควบคุมการแพร่กระจายและฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ผลด้านการลดต้นทุนและการเพิ่มผลผลิตไข่ยังต้องรอข้อมูลจากการทดลองระยะต่อไป เพื่อประเมินให้ชัดเจนว่าการใช้ปลาหมอคางดำเป็นอาหารเสริมสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มากน้อยเพียงใด และส่งผลต่อสุขภาพเป็ดกับปริมาณไข่อย่างไร


