xs
xsm
sm
md
lg

ชาวปราจีนฯ กว่า 2,000 คน รวมพลังค้านโรงงานขยะ จี้ปิดถาวร หวั่นน้ำดำกระทบลุ่มน้ำบางปะกง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปราจีนบุรี - ชาวบ้านปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 2,000 คน เปิดเวทีระบายความเดือดร้อน คัดค้านโรงงานรีไซเคิลขยะ หลังพบมวลน้ำสีดำกระจายในพื้นที่น้ำท่วม เผยเคยยื่นรายชื่อคัดค้านการนำขยะเข้ามาเพิ่มรวม 1 ล้านตัน ก่อนมีข้อมูลว่าผู้ประกอบการยกเลิกคำขอ แต่ชาวบ้านยังต้องการหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้( 18 ต.ค.) ประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่ใกล้เคียง และจังหวัดข้างเคียงกว่า 2,000 คน รวมตัวกันที่โดมสวนสุขภาพ บ้านเกาะสมอ หมู่ 15 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ร่วมเวที “รู้เท่าทันโทษพิษภัยโรงงานขยะ” จัดโดยเครือข่ายแม่เพื่อสุขภาพทุ่งบางพลวง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากโรงงานรีไซเคิลขยะและปัญหาน้ำสีดำที่พบในพื้นที่หลังเกิดน้ำท่วม  โดยมีนายสุรชัย ทนสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า และนางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ เข้าร่วมรับฟัง พร้อมเปิดเวทีให้ความรู้ด้านกฎหมายและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อม

นางสมพร ชินสร้อย ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า การรวมตัวครั้งนี้ต้องการให้ประชาชนรับรู้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดจากโรงงานขยะ หลังพบข้อมูลน้ำสีดำ น้ำเน่า และปลาตายในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านกังวลต่อความปลอดภัยในการใช้น้ำ การทำเกษตร และสุขภาพของคนในชุมชน โดยยืนยันว่าจะติดตามเรื่องต่อไปจนกว่าโรงงานจะปิดกิจการอย่างถาวร และมีการจัดการกองขยะที่ชาวบ้านมองว่าเป็นปัญหาออกจากพื้นที่

นางสมพรกล่าวด้วยว่า ก่อนเกิดน้ำท่วม ชาวบ้านได้รับหนังสือจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเกี่ยวกับคำขอเพิ่มปริมาณขยะที่จะนำมาฝังกลบ 500,000 ตัน และขยะที่จะนำมาแปรรูปอีก 500,000 ตัน จึงร่วมกันจัดทำหนังสือคัดค้านและรวบรวมรายชื่อประชาชนได้มากกว่า 1,000 รายชื่อ ก่อนยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อมามีข้อมูลว่าคำขอเพิ่มปริมาณขยะดังกล่าวถูกยกเลิก แต่ชาวบ้านยังต้องการเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีการนำขยะเข้ามาเพิ่มตามคำขอเดิม

ตัวแทนชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจะลงพื้นที่ติดป้ายสั่งปิดโรงงานชั่วคราว แต่ชาวบ้านยังพบสิ่งที่มองว่าเป็นความเคลื่อนไหวของรถและควันบริเวณโรงงาน จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงสถานะการดำเนินงานให้ชัดเจน พร้อมตรวจสอบและเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส โดยยืนยันว่าชุมชนจะเดินหน้าคัดค้านจนกว่าจะได้รับคำตอบและแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม

ด้านนายจักรกฤษณ์ แก่นวงศ์ กรรมการลุ่มน้ำบางปะกง นำแผนที่แสดงทิศทางการไหลของน้ำจากพื้นที่กบินทร์บุรี เพื่อให้เห็นพื้นที่ปลายน้ำที่อาจได้รับผลกระทบ โดยระบุว่า จ.ฉะเชิงเทราเป็นหนึ่งในพื้นที่ท้ายน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง และมีความกังวลว่าคุณภาพน้ำจะกระทบต่อการทำนาและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร จึงต้องการให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงประเมินผลกระทบต่อประชาชนและอาชีพในพื้นที่

ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งมีบ้านอยู่ห่างจากโรงงานประมาณ 2 กิโลเมตร เปิดเผยว่า ระหว่างเกิดน้ำท่วมพบมวลน้ำสีดำไหลเข้าพื้นที่นาข้าวและสวนทุเรียน ส่งผลให้พืชผลได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะต้นทุเรียนกว่า 20 ต้น รวมถึงนาข้าว พร้อมระบุว่าน้ำมีสีดำเข้มและกลิ่นผิดปกติ ทำให้กังวลถึงความปลอดภัยในการสัมผัสน้ำและผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม

ทั้งนี้ การรวมตัวของประชาชนกว่า 2,000 คน สะท้อนความกังวลของชุมชนต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความเสียหายทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยชาวบ้านเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสถานะการดำเนินงานของโรงงาน ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและผลกระทบต่อพื้นที่เกษตร พร้อมเปิดเผยผลอย่างโปร่งใส อย่างไรก็ตาม สาเหตุของน้ำสีดำและความเชื่อมโยงกับโรงงานยังต้องรอผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงต่อไป