xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯอุดรลุยตรวจ รพ.สต.บ้านหลวง งบ 39 ล้านสร้าง 5 ปีไม่เสร็จ! จับมือ สตง.-ตำรวจ สอบอาญา-ละเมิด-วินัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี – ผู้ว่าฯ อุดรธานี นำทีม สตง. ภูมิภาค 6 และ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ลงพื้นที่บี้ความคืบหน้าโครงการสร้าง รพ.สต.บ้านหลวง อ.เพ็ญ หลังสื่อและโซเชียลแฉยับ "งานไม่เสร็จแต่เงินหมด" ด้าน สตง. แย้มเบื้องต้นพบเบิกงบฯ เกลี้ยง 100% เตรียมลงซ้ำจันทร์นี้ ยันหากเข้าข่ายทุจริตชง ป.ป.ช. ฟันต่อ ขณะที่ตำรวจตั้งคณะทำงานเร่งสอบ 30 วันลุยไล่เช็กบิลทั้งอาญา ละเมิด วินัย


วันนี้( 17 ต.ค.)นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นางชุติมา สิริจับทพันธุ์ รองผู้ตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 6 และ พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บ้านหลวง อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสื่อมวลชนและโลกออนไลน์

เงินงวดหมดแต่ตึกไม่เสร็จ! สตง. จ่อลงพื้นที่ซ้ำ 19 ต.ค. นี้

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น ผู้แทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยข้อมูลสุดช็อกว่า จากการเช็กเอกสารเบื้องต้นพบว่า โครงการนี้มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปจนครบ 100% แล้ว แต่สภาพอาคารจริงกลับยังก่อสร้างไม่เสร็จสิ้น

หลังจากนี้ สตง. จะต้องเข้าไปลงรายละเอียดอย่างเข้มข้นว่า การเบิกจ่ายเงินในแต่ละงวดเป็นไปตามเนื้องานจริงและถูกต้องตามระเบียบราชการหรือไม่ พร้อมส่งสัญญาณเตรียมลงพื้นที่ปูพรมตรวจเอกสารและขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคมนี้ หากพบหลักฐานส่อไปในทางทุจริตหรืออยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ก็พร้อมส่งเรื่องฟันต่อทันที

ด้าน พ.ต.ท.อุดลชัย ขาวขำ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ระบุถึงขั้นตอนทางคดีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและขอเอกสารรับรองสำเนาถูกต้อง ก่อนจะพิจารณาออกหมายเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามาให้การตามกระบวนการกฎหมาย
เปิดแนวทางลุยเช็กบิล 3 ด้าน – ล่าตัวผู้รับผิดชอบชดใช้ความเสียหาย


นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ย้ำชัดว่า จังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ประสานทุกหน่วยงานที่มีอำนาจเข้ามาเอกซเรย์เรื่องนี้อย่างจริงจังตามเสียงสะท้อนของประชาชน เพื่อให้ความจริงปรากฏและคุ้มครองงบประมาณแผ่นดิน โดยได้วางแนวทางดำเนินคดีและตรวจสอบออกเป็น 3 ด้านหลัก

1. ความรับผิดทางอาญา: ให้ตำรวจประสานงานร่วมกับ สตง. และ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสัญญาจ้าง การเบิกเงิน และตัวบุคคล หากพบพยานหลักฐานทำผิดกฎหมายให้ดำเนินคดีทันทีโดยไม่มีเว้น พร้อมส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าหนุนเต็มที่

2. ความรับผิดทางละเมิด: ให้ สตง. ประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อเตรียมใช้อำนาจทางกฎหมายเรียกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้อง "ชดใช้ค่าเสียหาย" แก่ทางราชการ

3. ความรับผิดทางวินัยและปกครอง: หากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องจะสั่งสอบสวนฟันโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือบุคคลอื่น จะดำเนินการตามกฎหมายเฉพาะโดยไม่มีข้อยกเว้น

"ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ทำไมงานยังไม่เสร็จแต่เบิกงบฯ ครบ 100% ได้? เรื่องนี้ต้องไล่ตรวจตั้งแต่เอกสารการตรวจรับงาน การอนุมัติเบิกจ่าย ไปจนถึงเงื่อนไขในสัญญาเพื่อระบุตัวผู้ต้องรับผิดชอบให้ชัดเจน" ผู้ว่าฯ อุดรธานี กล่าวย้ำ




ตำรวจตั้งคณะทำงานเร่งด่วน – เร่งสางคดีใน 30 วัน

ส่วนการหาทางออกเพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อนั้น ผู้ว่าฯ อุดรธานี ระบุว่า ต้องพิจารณาสถานะของสัญญาอย่างรอบคอบ หากสัญญายังมีผลและไม่มีคำสั่งระงับ ก็ต้องดูเงื่อนไขเพื่อให้ดำเนินการต่อ แต่หากมีคำสั่งระงับหรือยกเลิกไปแล้ว ก็ต้องสั่งการตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน

ทางด้าน พล.ต.ต.ปราโมทย์ สิมหลวง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตำรวจได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเร่งรัดคดีนี้เป็นการเฉพาะ เนื่องจากคดีล่วงเลยมาประมาณ 30 วันแล้ว โดยจะเรียกเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำ พร้อมรวบรวมหลักฐานตรวจสอบการรับรองเอกสารและการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายฉบับ โดยจะทำงานควบคู่ไปกับ สตง. เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าฯอุดรธานี ได้กล่าวขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชนที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและสะท้อนปัญหา ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญที่ทำให้ภาครัฐสามารถเข้ามาระงับและตรวจสอบความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว