ฉะเชิงเทรา - สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออกสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและภาคการเกษตรอย่างหนัก โดยเฉพาะแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่มีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในลุ่มแม่น้ำบางปะกง ขณะที่นักวิชาการธรณีวิทยาเสนอให้ประเทศไทยทบทวนแนวทางพยากรณ์อากาศและบริหารจัดการน้ำ โดยเพิ่มการวิเคราะห์อุณหภูมิน้ำทะเลในบริเวณใกล้ประเทศไทย ควบคู่กับการติดตามปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญ่า เพื่อให้การประเมินความเสี่ยงฝนตกหนักและภัยแล้งมีความแม่นยำมากขึ้น
นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ นักวิชาการธรณีวิทยาชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ความแปรปรวนของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า การคาดการณ์ฝนโดยอาศัยรูปแบบของปรากฏการณ์เอลนีโญหรือลานีญ่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยทางทะเลและสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคที่ส่งผลต่อประเทศไทยโดยตรงร่วมด้วย
นายอารักษ์ระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่พบสัญญาณความผิดปกติของอุณหภูมิน้ำทะเลตั้งแต่เดือน ก.ค. 2569 โดยบริเวณทะเลใกล้ประเทศไทย ทั้งฝั่งทะเลจีนใต้และมหาสมุทรอินเดีย ยังคงมีอิทธิพลของกระแสน้ำอุ่น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการสะสมความชื้นในบรรยากาศ และเพิ่มโอกาสเกิดฝนตกหนักเมื่อมีร่องมรสุมพาดผ่าน
ทั้งนี้ นักวิชาการรายดังกล่าวมองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแตกต่างจากรูปแบบที่มักใช้ทำความเข้าใจปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งโดยทั่วไปเชื่อมโยงกับภาวะแห้งแล้งในหลายพื้นที่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในปีนี้กลับเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในภาคตะวันออก จึงควรศึกษาปัจจัยเฉพาะพื้นที่เพิ่มเติม ไม่ควรใช้รูปแบบภูมิอากาศในอดีตเป็นข้อสรุปตายตัว
เขายังตั้งข้อสังเกตว่า ความคลาดเคลื่อนในการประเมินปริมาณฝนอาจส่งผลต่อการวางแผนกักเก็บน้ำในเขื่อน เมื่อเกิดฝนตกหนักเกินคาด หน่วยงานจำเป็นต้องระบายน้ำเพื่อควบคุมปริมาณน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย หากการระบายน้ำเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่มีน้ำฝนสะสมในพื้นที่ ก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อพื้นที่ท้ายน้ำได้ อย่างไรก็ตาม การระบุสาเหตุและสัดส่วนความเสียหายจากปัจจัยแต่ละด้านจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาและการบริหารจัดการน้ำประกอบกัน
นายอารักษ์ เสนอว่า แนวทางพยากรณ์ในอนาคตควรเพิ่มการติดตามอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณที่มีอิทธิพลต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยวิเคราะห์ร่วมกับทิศทางลมค้า การเคลื่อนตัวของมวลอากาศ ร่องมรสุม และข้อมูลปริมาณฝน เพื่อประเมินว่าพื้นที่ใดมีแนวโน้มเผชิญฝนตกหนักหรือเสี่ยงภัยแล้ง ก่อนส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้วางแผนบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำจากเขื่อน
“อุณหภูมิของน้ำทะเลเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยบ่งชี้สภาพความชื้น ขณะที่เอลนีโญและลานีญ่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ต้องนำมาประกอบการวิเคราะห์ ไม่ควรมองว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวจะกำหนดให้ประเทศไทยต้องฝนตกหนักหรือเกิดภัยแล้งในรูปแบบเดิมเสมอไป” นายอารักษ์กล่าว
นอกจากผลกระทบต่อบ้านเรือนและระบบเศรษฐกิจแล้ว น้ำท่วมซ้ำซากยังสร้างความกังวลต่ออนาคตของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยเฉพาะผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองและมะม่วงพันธุ์เด่นอื่น ๆ ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ เมื่อพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายต่อเนื่อง เกษตรกรบางส่วนอาจจำเป็นต้องย้ายแหล่งผลิตไปยังพื้นที่อื่นหรือเปลี่ยนอาชีพ ส่งผลให้เกิดคำถามถึงการรักษาแหล่งผลิตดั้งเดิมและมาตรฐานอัตลักษณ์ของสินค้า GI ในระยะยาว
นายอารักษ์ เผนอีกว่า อยากเรียกร้องให้กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำพิจารณาพัฒนาระบบวิเคราะห์เชิงพื้นที่ให้ครอบคลุมปัจจัยหลายด้านมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนภัยและการวางแผนรับมือทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ท่ามกลางความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่อาจทำให้รูปแบบฝนในแต่ละปีแตกต่างจากที่เคยเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างอุณหภูมิน้ำทะเลกับฝนตกหนัก ตลอดจนข้อสังเกตเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของการพยากรณ์และการบริหารจัดการน้ำ ยังจำเป็นต้องตรวจสอบกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาระบบเตือนภัยตั้งอยู่บนหลักฐานที่รอบด้านและนำไปใช้ได้จริง


