นครปฐม - หญิงวัย 45 ปี ร้องสื่อช่วยเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยปัญหามรดกบ้านและที่ดิน หลังพี่ชายยังไม่มาตามนัดเจรจาและเซ็นเอกสารตามที่ตกลงกันไว้ เผยแม่ป่วยไม่มีรายได้ ต้องดูแลพ่อวัย 75 ปี ซึ่งป่วยติดเตียงและเป็นมะเร็งไต-ต่อมน้ำเหลือง หวั่นหากตกลงกันไม่ได้ ครอบครัวอาจไร้ที่อยู่อาศัย วอนพี่ชายกลับมาเจรจาด้วยดี เหตุไม่มีเงินจ้างทนายสู้คดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.วราพร ศรีนกทอง อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ซอย 6 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม ขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชนให้เป็นตัวกลางประสานเจรจาปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินภายในครอบครัว หลังไม่สามารถตกลงกับพี่ชายคนโตได้ตามที่เคยพูดคุยกันไว้ จนเกิดความกังวลว่าบุคคลในครอบครัว โดยเฉพาะบิดาที่ป่วยติดเตียง อาจได้รับผลกระทบเรื่องที่อยู่อาศัย
ตัวแทนครอบครัวเปิดเผยว่า บ้านและที่ดินดังกล่าวเดิมเป็นชื่อของยาย ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมระบุผู้รับมรดก แต่ก่อนเสียชีวิตเคยพูดด้วยวาจาว่าจะยกบ้านและที่ดินให้แม่เป็นผู้ดูแล ต่อมาพี่ชายเคยแจ้งว่าไม่ประสงค์จะเกี่ยวข้องกับที่ดินผืนดังกล่าว และมีการพูดคุยเรื่องการดำเนินการที่สำนักงานที่ดินแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้
ที่ผ่านมา มีการนัดหมายเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารรวม 4 ครั้ง แต่พี่ชายไม่ได้มาตามนัด ทำให้เรื่องยังคงค้างคา แม้จะมีผู้ใหญ่บ้านและคนกลางพยายามช่วยไกล่เกลี่ยแล้วก็ตาม ขณะที่ครอบครัวระบุว่า ฝ่ายพี่ชายได้แนะนำให้ไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลหากต้องการยุติปัญหา
นอกจากปัญหาเรื่องที่ดินแล้ว ครอบครัวยังเผชิญภาระด้านสุขภาพและการเงินอย่างหนัก โดยนายชำนาญ ศรีนกทอง อายุ 75 ปี ผู้เป็นพ่อ มีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจ และเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อนตรวจพบมะเร็งที่ไตและต่อมน้ำเหลือง มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ประมาณ 10 เซนติเมตร ปัจจุบันช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รับประทานอาหารได้น้อยมาก ต้องกินอาหารเหลวเพื่อให้กลืนได้สะดวก และต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน แม่ก็มีปัญหาสุขภาพ ทั้งนิ่วบริเวณช่องท้องส่วนหน้าอกและก้อนเนื้อ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งต้องแบ่งเวลาไปพบแพทย์และดูแลสามีที่ป่วยติดเตียง ส่งผลให้รายได้ลดลง เงินเก็บที่มีถูกนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลคนป่วยจนแทบไม่เหลือ
ตัวแทนครอบครัวยังระบุว่า ภรรยาของพี่ชายเคยกล่าวถึงเรื่องทองคำจำนวน 4 บาทที่อ้างว่าเคยนำไปช่วยแม่ขาย และต้องการให้คืนทองดังกล่าวหากจะให้พี่ชายมาเซ็นยินยอมเกี่ยวกับที่ดิน อย่างไรก็ตาม ครอบครัวยืนยันว่าขณะนี้ประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก จึงไม่สามารถหาเงินมาดำเนินการตามข้อเรียกร้องได้
ทั้งนี้ ครอบครัวเคยเข้าปรึกษาเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดนครปฐมและเจ้าหน้าที่ด้านยุติธรรมเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการ แต่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายความและการฟ้องร้อง เนื่องจากไม่มีเงินเพียงพอ ตัวแทนครอบครัวจึงฝากขอความเห็นใจจากสื่อมวลชนให้ช่วยเป็นสื่อกลาง และวิงวอนให้พี่ชายกลับมาเจรจาหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ เพื่อคลี่คลายปัญหาที่ดินและบ้านซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่พ่อกำลังเจ็บป่วยหนักและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด


