สมุทรสงคราม – ชาวบ้านหมู่ 5 ต.แพรกหนามแดง จ.สมุทรสงคราม ร้องปัญหาคราบน้ำมันสะสมในตะกอนเลนริมคลอง หวั่นกระแสน้ำพัดพาสารปนเปื้อนลงคลองฝั่งน้ำเค็ม กระทบระบบนิเวศและอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผู้ประกอบการรับปากนำเรือดูดเลนเร่งแก้ปัญหา หลังชาวบ้านเจรจาหาทางออกร่วมกัน
นายวัลลภ ขุนเจ๋ง ชาวบ้านหมู่ 5 ต.แพรกหนามแดง พร้อมด้วยนายรุ่งรดิศ ธัมมัง หัวหน้าผู้เฝ้าระวังอุตสาหกรรม ต.แพรกหนามแดง เปิดเผยว่า จุดที่พบปัญหาอยู่บริเวณริมถนนพระราม 2 กม.76-77 หมู่ 5 ฝั่งตรงข้ามประตูระบายน้ำ ซึ่งมีสถานประกอบการเกี่ยวกับเครื่องจักรกลหนัก อาทิ รถแบ็กโฮและรถแทรกเตอร์ โดยชาวบ้านระบุว่ามีการถ่ายน้ำมันเครื่องและเกิดการรั่วไหลลงสู่ลำคลองตามน เนื่องจากไม่มีบ่อรองรับหรือระบบจัดเก็บที่เหมาะสม
ที่ผ่านมา อบต.แพรกหนามแดงได้เข้าดำเนินการแก้ไขเบื้องต้น ด้วยการปิดกั้นทางน้ำและดูดคราบน้ำมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำออก แต่ยังไม่สามารถกำจัดคราบน้ำมันได้ทั้งหมด เนื่องจากบางส่วนเกาะติดอยู่กับตะกอนเลน กิ่งไม้ ต้นไม้ หญ้า และวัชพืชตามริมคลอง
นายวัลลภ กล่าวว่า สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลเมื่อมีการเปิดประตูระบายน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขังในพื้นที่ กระแสน้ำที่ไหลแรงทำให้ตะกอนเลนใต้ท้องคลองฟุ้งกระจาย ส่งผลให้คราบน้ำมันที่สะสมอยู่หลุดออกมาปะปนกับน้ำและไหลลงสู่คลองฝั่งน้ำเค็ม ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ปัญหาดังกล่าวทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากหากปิดประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันคราบน้ำมัน ก็อาจส่งผลให้การระบายน้ำท่วมขังไม่มีประสิทธิภาพ แต่หากเปิดประตูระบายน้ำ กระแสน้ำก็อาจพัดพาตะกอนเลนและคราบน้ำมันที่ตกค้างให้ฟุ้งกระจายอีกครั้ง สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำในการประกอบอาชีพ
สำหรับแนวทางแก้ไข นายวัลลภเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเครื่องจักรเข้าจัดเก็บกิ่งไม้ ต้นไม้ และวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ ก่อนใช้เรือดูดตะกอนเลนหรือเครื่องจักรที่เหมาะสมกำจัดตะกอนเลนชั้นบนซึ่งมีคราบน้ำมันสะสมอยู่ เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี ลดความเสี่ยงการปนเปื้อนและป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันกลับมาฟุ้งกระจายซ้ำ
ชาวบ้านยังให้ข้อมูลว่า ประตูระบายน้ำบางแห่งไม่ได้เปิดใช้งานมานานประมาณ 7 ปี เนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้าถูกลักขโมย ทำให้ต้องใช้วิธีหมุนเปิด-ปิดด้วยมือ กระทั่งเกิดสถานการณ์น้ำท่วมจึงมีการเปิดประตูเพื่อช่วยระบายน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำในบางพื้นที่เริ่มลดลงตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเกี่ยวกับตะกอนดินสะสมและความตื้นเขินของคลอง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำในระยะยาว
ด้านนายพงษ์ศักดิ์ แก้วสนิท ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.แพรกหนามแดง กล่าวว่า ผู้ประกอบการเคยยื่นขออนุญาตก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย แต่เมื่อตรวจสอบแบบและเอกสาร พบว่าเป็นเพียงแบบบ่อเก็บน้ำหรือบ่อเก็บน้ำเสีย โดยไม่ได้แสดงรายละเอียดระบบบำบัดอย่างชัดเจน ทางกองช่างจึงประสานให้แก้ไขแบบให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ หากจะก่อสร้างเป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย ต้องแสดงวิธีการบำบัดและจัดทำรายการคำนวณตามหลักวิชาการ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข
ล่าสุด นายวัลลภพร้อมชาวบ้านได้เข้าพบและเจรจากับผู้ประกอบการ เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเบื้องต้นผู้ประกอบการรับปากจะนำเรือดูดเลนเข้าดำเนินการโดยเร็ว หลังพิจารณาแล้วเห็นว่าการใช้รถแบ็กโฮอาจไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพราะเสี่ยงทำให้ตะกอนเลนฟุ้งกระจายและเพิ่มผลกระทบต่อแหล่งน้ำ
ส่วนแนวทางระยะยาว มีข้อเสนอให้ผู้ประกอบการปรับปรุงระบบจัดการน้ำและตะกอนภายในสถานประกอบการ อาทิ การทำร่องน้ำหรือรางคอนกรีตเพื่อควบคุมตะกอนไม่ให้ไหลออกสู่คลองสาธารณะ พร้อมจัดระบบเก็บตะกอนและบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และรักษาแหล่งน้ำที่เป็นหัวใจสำคัญของอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของชาวบ้านในพื้นที่


