กำแพงเพชร – คู่สามีภรรยาชาวสมุทรปราการ เปิดใจ..วินาทีขับรถขึ้นสะพานวังแขม ข้ามน้ำปิงคลองขลุง โดยไม่รู้สะพานขาดสะบั้นมากว่า 3 ปี หวังลัดออกถนนหลักกลับบ้าน รู้ตัวอีกทีไม่เห็นพื้นถนนพื้นปูนแล้วรีบเบรก แต่เอาไม่อยู่ รถค้างเติ่งเกือบนาที ก่อนร่วงกระแทกพื้น รถพังยับ-เจ็บยกครัวพร้อมลูก ขณะที่คนในพื้นที่บ่นขรมสะพานขาดซ่อมไม่เสร็จสักที
วันนี้(16 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทกำแพงเพชร ได้นำแท่นปูนวางกั้นเพิ่มเติมบริเวณขึ้นสะพาน สะพานศรีมงคลวชิรานุสรณ์ (หรือที่เรียกว่าสะพานวังแขม) ม.1 ต.วังแขม อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร หลังเกิดเหตุรถพุ่งตกสะพานที่ขาดสะบั้นมาตั้งแต่ปี 2566 เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นเหตุทำให้ 3 พ่อแม่ลูก ชาวสมุทรปราการ ได้รับบาดเจ็บ
ซึ่งล่าสุด 3 พ่อแม่ลูก คือ 1.นายเกรียงศักดิ์ ชละธาร อายุ 47 ปี 2.ด.ช.ธนภัทร ชละธาร อายุ 11 ปี 3.นางปาณิศา ชละธาร อายุ 45 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง เพื่อดำเนินคดีและเป็นหลักฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเยียวยาช่วยเหลือ จากนั้นได้เดินทางไปดูรถยนต์ของตนเองเพื่อตรวจสอบทรัพย์สินที่ยังหาไม่เจออีกหลายรายการ พร้อมทั้งเปิดบาดแผลตามร่างกายให้ผู้สื่อข่าวดู
นายเกรียงศักดิ์ (คนขับ) ได้รับบาดเจ็บมากกว่าคนอื่น เล่าว่า กำลังขับรถจะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยไม่ชินกับเส้นทางดังกล่าว ซึ่งได้สังเกตป้ายตามข้างทางมาตลอดเพื่อที่จะลัดเลาะออกเส้นทางหลักเข้านครสวรรค์ เมื่อถึงบริเวณคอสะพาน ก็ไม่เห็นว่ามีป้ายเตือนหรือสิ่งกั้นทางเข้าแต่อย่างใด ตนก็คิดว่าสามารถขับได้ปกติ
จนสุดท้ายภรรยาของตนบอกว่าไม่มีทางไปแล้ว ตนก็พยายามเบรก แต่กลับเอาไม่อยู่ จนสุดท้ายร่วงลงไปกระแทกพื้นใต้สะพาน ซึ่งจากนั้นก็ยังได้สติอยู่และพยายามเรียกหาลูกชาย ก่อนจะมีชาวบ้านเข้ามาช่วยนำส่งโรงพยาบาล โดยในขณะนั้นตนก็พยายามปีนบันไดที่พลาดอยู่บริเวณสะพานขึ้นมาได้
เบื้องต้นตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางหลวงชนบทกำแพงเพชรได้เข้ามาพูดคุยเยี่ยมเยียนบ้างแล้วในช่วงเช้า และช่วงบ่ายจะมีหน่วยงานต้นสังกัด ทางหลวงชนบท ที่ 8 นครสวรรค์ เข้ามาพูดคุยแนวทางเยียวยา ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยละเอียดเชิงลึก เพราะยังตกใจและเป็นห่วงเรื่องรถยนต์ที่เกิดเหตุ เดี๋ยวคงต้องดูรายละเอียดกันอีกครั้งนึง
นางปาณิศา ชละธาร อายุ 45 ปี (ภรรยา) เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนเห็นว่าด้านหน้าไม่มีปูนให้เห็นแล้ว ตนก็พยายามบอกสามีว่ามันไปไม่ได้แล้ว จากนั้นรถก็เบรกอย่างกะทันหันค้างอยู่บริเวณขอบสะพานนานเกือบนาที ก่อนจะร่วงลงไปข้างล่าง ซึ่งก็ยังมีสติอยู่ตะเกียกตะกายออกมาจากตัวรถพร้อมขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งโชคดีมากที่ยังมีคนมาช่วยเหลือ
ขณะที่ นายยุทธนา รักษาชนม์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 8 (จ.ครสวรรค์) พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เข้ามาพูดคุยกับผู้เสียหายเพื่อหาแนวทางเยียวยาช่วยเหลือเบื้องต้น โดยจะหารถยนต์มาให้ใช้ไปก่อน และหากมีความต้องการอะไรให้ประสานมาเพิ่มเติม จากนั้นได้มอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจและยังไม่ขอพูดรายละเอียดที่ลึกไปมากกว่านี้ขอให้เป็นไปตามกระบวนการก่อน
ด้านชาวบ้านหลายรายได้จับกลุ่มพูดคุยกันถึงความสะเพร่าของผู้รับเหมาและหน่วยงานที่ไม่นำเอาแบริเออร์แผงกั้นปิดไว้เหมือนเดิมหลังเอาออกเพื่อเข้าไปขนย้ายสิ่งของ พร้อมบ่นว่าการซ่อมสะพานดังกล่าวใช้เวลายืดเยื้อยาวนานเกินไป ณ ขณะนี้ก็ 3 ปึกว่าแล้ว ยังไม่เสร็จสักที สร้างความเดือดร้อนในเรื่องการสัญจรไปมาและภาคธุรกิจที่เป็นอัมพาตหนัก ขณะที่กล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุเสียทุกตัว
นางทองสุข แทนนาค อายุ 55 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นทอดบริเวณสะพาน เผยว่า ตั้งแต่สะพานพังก็คิดว่าจะเริ่มสร้างซ่อมให้เสร็จเพียงไม่นาน ผ่านไปกว่าสามปีแล้วก็ยังไม่เสร็จ วันก่อนเห็นมีรถผู้รับเหมาเข้ามาในพื้นที่คิดว่าจะมาทำต่อก็หลงดีใจ แต่สุดท้ายมาเก็บของออกไป แถมไม่ปิดกั้นบริเวณทางขึ้นไว้เหมือนเดิมจนทำให้เกิดเหตุดังกล่าว ยอมรับว่าส่งผลกระทบในเรื่องค้าขายของตนเองและมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ทำให้ตนเองรู้สึกตกใจ
นางปราณี พุ่มมะลิน อายุ 70 ปี แม่ค้ากล้วยทอด เล่าว่า การซ่อมสร้างสะพานดังกล่าวใช้เวลานานเกินไปส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อนโดยเฉพาะตนที่ประกอบอาชีพขายกล้วยทอดก็มีรายได้หดหายจากหลักพันได้ไม่ถึงวันละ 200 บาท
“วันก่อนผู้รับเหมาได้เข้ามาเก็บอุปกรณ์และกลับออกไปซึ่งก็ไม่ได้นำอุปกรณ์กั้นป้องกันกลับไว้ที่เดิม ทุกครั้งที่มีการเรียกชาวบ้านไปประชุมชี้แจงว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ก็ไม่เคยทำได้สักครั้ง จนตอนนี้จนรู้สึกโมโหและไม่อยากจะเข้าร่วมประชุมรับฟังอะไรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกแล้ว”


