xs
xsm
sm
md
lg

“ปัญญา คนรักแม่กลอง” ชี้ 16 ต.ค. นาทีทองเร่งระบายน้ำท่วมสมุทรสงคราม เตือนทะเลหนุนปลายเดือนเสี่ยงน้ำขังยืดเยื้อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมุทรสงคราม – “ปัญญา คนรักแม่กลอง” ชี้ 16 ต.ค. เข้าสู่ช่วง “หัวน้ำตาย” เป็นโอกาสทองเร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม แนะเร่งเปิดทางน้ำ แก้คอขวดประตูระบายน้ำ ท่อลอด และคลองตื้นเขิน เตือนเตรียมรับมือน้ำทะเลหนุนสูงช่วง 27 ต.ค.-3 พ.ย. หวั่นซ้ำเติมชาวบ้านที่จมอยู่กับน้ำมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย.

นายปัญญา โตกทอง เครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า วันที่ 16 ต.ค. 2569 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 11 เป็นช่วงเริ่มต้นของปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับน้ำเรียกว่า “หัวน้ำตาย” ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมให้ได้มากที่สุด เนื่องจากระดับน้ำทะเลขึ้นไม่สูงเท่าช่วงน้ำเกิด หากปริมาณน้ำจากต้นทางลดลงและสภาพน้ำทะเลเอื้ออำนวย จะช่วยเพิ่มโอกาสในการระบายน้ำลงสู่ทะเล

นายปัญญา กล่าวว่า สมุทรสงครามเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำและแผ่ราบ เมื่อน้ำท่วมแล้วจึงระบายออกได้ไม่รวดเร็วเหมือนพื้นที่สูง ขณะที่อุปสรรคสำคัญอยู่ตามเส้นทางระบายน้ำ ทั้งประตูระบายน้ำ ท่อลอด และช่องสะพานที่มีขนาดแคบจนกลายเป็นคอขวด รวมถึงวัชพืช เศษขยะ พืชน้ำ และตะกอนดินเลนที่สะสมจนคลองตื้นเขิน ส่งผลให้น้ำไหลผ่านได้ยาก

การติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากเส้นทางระบายน้ำยังมีสิ่งกีดขวาง จึงต้องเร่งเปิดทางน้ำ กำจัดสิ่งอุดตัน ปรับเครื่องมือให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และประสานการระบายน้ำตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ประโยชน์จากช่วงน้ำตายให้เต็มที่

นายปัญญา กล่าวเตือนว่า หลังจากช่วงน้ำตายในวันที่ 16 ต.ค. จะเข้าสู่ช่วงหัวน้ำเกิดราววันที่ 23-24 ต.ค. ก่อนวันออกพรรษา 26 ต.ค. โดยคาดว่าระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นระหว่างวันที่ 27 ต.ค.-3 พ.ย. ประกอบกับอาจมีฝนปลายฤดูที่ชาวบ้านเรียกว่า “ฝนออกพรรษา” จึงต้องเตรียมแผนรับมืออย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากมีน้ำจากเขื่อนระบายลงมาและน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนไหลมาสมทบ ก็จะยิ่งทำให้การระบายน้ำในพื้นที่ต่ำเป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำท่วมมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ย. ความเสียหายไม่ได้มีเพียงบ้านเรือนและสวนที่ได้รับผลกระทบ แต่ยังหมายถึงรายได้ที่สูญเสียและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน จึงหวังให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันเร่งลดปริมาณน้ำท่วมขังในช่วงเวลาสำคัญนี้ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องถิ่น อาสาสมัคร และประชาชนทุกภาคส่วนที่ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายปัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า “น้ำท่วมต้องเร่งช่วย น้ำขังต้องเร่งระบาย ทุกชั่วโมงที่น้ำลดลง คือความหวังของคนที่รออยู่”