xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จ่อจี้ธนารักษ์ส่งต่อเฟอร์นิเจอร์"บ้านป่าแหว่ง"ใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าภาษีประชาชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ - เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ สุดเสียดายเงินภาษีประชาชน หลังพบเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกสภาพดียังคงถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างไร้ค่าอยู่ใน"บ้านป่าแหว่ง" เตรียมหารือคณะทำงานเพื่อเคลื่อนไหวรุกทวงถามความคืบหน้าและความชัดเจนกับทางกรมธนารักษ์ หวังจัดสรรส่งต่อให้หน่วยงานราชการต่างๆ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่า

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ(ภาพจากแฟ้ม)
จากกรณีเมื่อวันที่10ต.ค.69 เพจเฟซบุ๊ก "เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ" โพสต์เผยแพร่รูปภาพสภาพปัจจุบันของโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือ "บ้านป่าแหว่ง" ที่ตั้งอยู่เชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบว่าโดยรอบบ้านพักจำนวน 45 หลัง ที่ทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้มีการส่งมอบคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์แล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27เม.ย.65 ถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพรกร้างมีต้นไม้และวัชพืชขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ ขณะที่โครงสร้างบ้านทรุดโทรม อย่างไรก็ตามเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพดี จึงอยากให้มีการส่งมอบต่อให้หน่วยงานราชการอื่นๆ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าเงินภาษีจองประชาชน ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ต่อและมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก

นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า สภาพล่าสุดของบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค5 ทั้ง 45 หลัง ในปัจจุบันยังคงไม่มีการรื้อถอน โดยตัวบ้านถูกปิดและปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรมไปตามเวลา พร้อมกับมีต้นไม้และวัชพืชขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณโดยรอบ อย่างไรก็ตามพบว่าเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้าน ทั้งชุดรับแขก,ชุดโต๊ะกินข้าว,ชุดเตียงนอน,โต๊ะทำงาน และเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพดีสามารถใช้งานได้ แต่กลับถูกปล่อยทิ้งไว้อยู่ภายในบ้านอย่างเปล่าประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เพราะข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ที่มีรวมกันนับพันรายการล้วนถูกจัดซื้อมาจากเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น

ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาทางเครือข่ายฯ ได้เคยยื่นหนังสือถึงกรมธนารักษ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่และทรัพย์สินดังกล่าว โดยมีข้อเสนอแนะว่าทางกรมธนารักษ์ควรดำเนินการนำเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านส่งต่อให้หน่วยงานราชการต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์แทนที่จะปล่อยทิ้งไว้ให้เสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ อย่างเปล่าประโยชน์ เพื่อทำให้เงินภาษีของประชาชนที่ใช้จัดซื้อข้าวของเครื่องใช้ดังกล่าวนี้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจากการที่พบว่าปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ดังนั้นในเบื้องต้นทางคณะทำงานเครือข่ายฯ กำลังเตรียมหารือกันเพื่อที่จะได้ติดตามทวงถามความคืบหน้าและความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินเรื่องนี้กับทางธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ในเร็วๆ นี้