xs
xsm
sm
md
lg

ผบช.ภ.7 แถลงกวาดล้างอาชญากรรม 8 จังหวัด รวบ 167 ราย ยึดปืน 24 กระบอก ลุยปราบยาเสพติด-คลี่คลายคดีสำคัญ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นครปฐม - ตำรวจภูธรภาค 7 ระดมกำลัง 104 สถานีตำรวจ ปิดล้อมตรวจค้น 141 เป้าหมาย สกัดอาชญากรรมเชิงรุก พร้อมเผยผลจับกุมยาเสพติดช่วง 1-14 ต.ค. ยึดทรัพย์กว่า 28 ล้านบาท เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่นประชาชน

วันนี้(15 ต.ค.) พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ โดยเน้นการป้องกันเหตุเชิงรุก สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จ.นครปฐม

พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 7 ดำเนินงานตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม โดยเฉพาะในช่วงที่หลายพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชน จึงกำชับทุกหน่วยให้เร่งป้องกันเหตุและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง

ยึดยาบ้ากว่า 1.2 แสนเม็ด ไอซ์ 600 กิโลกรัม

พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 รายงานผลการปราบปรามยาเสพติดระหว่างวันที่ 1-14 ตุลาคม 2569 สามารถจับกุมได้ 814 คดี ผู้ต้องหา 833 ราย ขยายผลคดีสมคบ 9 คดี ดำเนินคดีฟอกเงิน 2 คดี จับกุมตามหมายจับ 5 หมาย และยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 28,126,521 บาท ของกลางประกอบด้วยยาบ้า 124,796 เม็ด ไอซ์ 688 กรัม เฮโรอีน 40 กรัม และเคตามีน 1,044 กรัม

คดีสำคัญ ได้แก่ วันที่ 4 ตุลาคม สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับ บช.ปส. สกัดรถตู้ลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือ จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมไอซ์ 18 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม วันที่ 9 ตุลาคม สภ.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี ร่วมกับตำรวจสืบสวนนครบาล จับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีเข้าไร่อ้อย พร้อมยาบ้าประมาณ 86,000 เม็ด และวันที่ 11 ตุลาคม สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จับกุมผู้ต้องหาพร้อมเคตามีนประมาณ 1 กิโลกรัม โดยทุกคดีมีการขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง

ปิดล้อม 104 โรงพัก รวบ 167 ราย ยึดปืน 24 กระบอก

ด้าน พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช รอง ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า ตำรวจได้วิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมเพื่อกำหนดจุดเสี่ยง และเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ระดมกำลังตั้งจุดตรวจเชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายใยแมงมุม ก่อนเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เชื่อว่ามีอาวุธปืนและยาเสพติดพร้อมกันในวันที่ 13 ตุลาคม เวลา 06.00-08.00 น. ครอบคลุม 104 สถานีตำรวจ รวม 141 เป้าหมาย

ผลปฏิบัติการรวม 2 วัน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 167 ราย ยึดอาวุธปืน 24 กระบอก ในจำนวนนี้เป็นปืนไม่มีทะเบียน 21 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 94 นัด นอกจากนี้ยังตรวจยึดยาบ้ากว่า 14,000 เม็ด ยาเสพติดชนิดอื่น และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนหนึ่ง โดยมุ่งป้องกันเหตุรุนแรงก่อนเกิดเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ

คลี่คลายคดีสำคัญ จับมือยิงอดีตกำนัน-รวบทีมลวงหนุ่มซ่อมรถ

ส่วนงานสืบสวน พล.ต.ต.ประสพชัย มัสยวนิชกูล รอง ผบช.ภ.7 รายงานคดีสำคัญในช่วงเดือนตุลาคม ได้แก่ คดีคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด .45 ยิงรถยนต์อดีตกำนันตำบลหนองจอก อายุ 61 ปี ขณะขับรถในพื้นที่ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม โดยผู้เสียหายไม่ได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ถูกระบุว่าเป็นมือยิงและผู้เกี่ยวข้อง ก่อนขยายผลจับกุมผู้ช่วยสลับรถและดัดแปลงรถเพื่อซ่อนเร้นหลักฐาน รวม 4 ราย พร้อมอาวุธปืนและของกลางที่เกี่ยวข้อง

อีกคดีเกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ในพื้นที่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ชายอายุ 21 ปี ถูกลวงให้มาช่วยซ่อมรถจักรยานยนต์ ก่อนถูกกลุ่มวัยรุ่นดักซุ่มยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ตำรวจติดตามจับกุมผู้ต้องหา 3 รายได้ภายใน 21 ชั่วโมง 10 นาที พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐ์และเครื่องกระสุน

นอกจากนี้ ตำรวจ สภ.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร ยังจับกุมผู้ขับรถบรรทุกลักลอบขนบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง 9,600 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1.7 ล้านบาท บนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากร

สำหรับคดีสำคัญในเดือนกันยายน ตำรวจยังรายงานผลจับกุมขบวนการฉ้อโกงขายฝากที่ดินโดยใช้เอกสารราชการปลอมใน จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 25.8 ล้านบาท จับกุมผู้เกี่ยวข้องรวม 9 ราย และคดีฆาตกรรม 3 ศพในพื้นที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ซึ่งตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ภายใน 24 ชั่วโมง

พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมถึงขยายผลคดียาเสพติดและยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ “ตำรวจภูธรภาค 7 บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” พร้อมขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสหรือเหตุด่วนเหตุร้ายผ่านสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง