xs
xsm
sm
md
lg

กรมวิชาการเกษตรผนึกกำลังวุฒิสภา-จ.อุดรฯดัน “หนองหานกุมภวาปี” ต้นแบบ Wetland Green City รับมหกรรมพืชสวนโลก 2569

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี – กรมวิชาการเกษตรร่วมกับสำนักงานจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี และภาคีเครือข่าย จัดประชุม National Focus Group ภายใต้แนวคิด “Blue Green Human to Wetland Green City” ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน ชูหนองหานกุมภวาปีเป็นพื้นที่ต้นแบบ เชื่อมโยงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจชุมชน และการพัฒนาเมืองสีเขียว เตรียมต่อยอดสู่เวที Green City Conference ในงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569


วันนี้(15 ต.ค.) ที่ห้องประชุมอภิชา ศูนย์ประชุมนานาชาติ มณฑาทิพย์ ฮอลล์ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี กรมวิชาการเกษตรร่วมกับสำนักงานจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จัดการประชุมกลุ่มย่อยระดับชาติ (National Focus Group) ภายใต้แนวคิด “Blue Green Human to Wetland Green City” เพื่อระดมความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน โดยมี นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานเปิดการประชุม

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และนางสาวกาญจนา ทองนะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้นำชุมชนในพื้นที่


นางสาวกาญจนา ทองนะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานจัดมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติ โดยกำหนดให้การประชุม Green City Conference เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลักดันแนวทางการพัฒนาเมืองควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การประชุม National Focus Group ครั้งนี้ จึงมุ่งเตรียมความพร้อมและรวบรวมข้อเสนอจากทุกภาคส่วน โดยใช้พื้นที่ชุ่มน้ำหนองหานกุมภวาปีเป็นพื้นที่ศึกษาและพัฒนาแนวคิด Wetland Green City เนื่องจากเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของประชาชนในจังหวัดอุดรธานี

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ชุ่มน้ำกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและภัยคุกคามหลายด้าน การบริหารจัดการจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชน เพื่อกำหนดแนวทางอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

สำหรับการระดมความคิดเห็น แบ่งออกเป็น 3 ด้านตามกรอบบริการของระบบนิเวศ ได้แก่ ด้านการผลิตและการสนับสนุน ครอบคลุมการประมง เกษตรกรรม และแหล่งน้ำ ด้านการควบคุม เช่น การกักเก็บน้ำ การบรรเทาอุทกภัย การฟื้นฟูคุณภาพน้ำ และการกักเก็บคาร์บอน รวมถึงด้านวัฒนธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตของชุมชน

ข้อเสนอจากการประชุมจะนำไปสังเคราะห์เป็นแผนปฏิบัติการพัฒนาเมืองสีเขียวแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland Green City Action Plan) เพื่อใช้เป็นกรอบสำคัญในการประชุม Green City Conference ต่อไป


นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษที่เกิดจากการขยายตัวของเมือง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของประชาชน

การวางแผนพัฒนาเมืองในอนาคตจึงควรให้ความสำคัญกับการลงทุนในธรรมชาติ หรือ Nature-based Solutions โดยนำระบบนิเวศมาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาและสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรระบุว่า พื้นที่ชุ่มน้ำหนองหานกุมภวาปีเป็นตัวอย่างของโครงสร้างพื้นฐานทางธรรมชาติที่มีความสำคัญ ทั้งในด้านการกักเก็บคาร์บอน การบรรเทาปัญหาน้ำท่วม และการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก แนวคิด Wetland Green City จึงเป็นแนวทางเชื่อมโยงการอนุรักษ์ธรรมชาติเข้ากับการพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจสีเขียวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรพร้อมสนับสนุนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันข้อเสนอจากเวทีประชุมไปสู่การปฏิบัติจริง โดยมีเป้าหมายพัฒนาหนองหานกุมภวาปีให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ Wetland Green City ที่สามารถนำองค์ความรู้และแนวทางการบริหารจัดการไปต่อยอดได้ในระดับนานาชาติ พร้อมนำเสนอศักยภาพการพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืนในงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569