xs
xsm
sm
md
lg

สุดยอด!คณะแพทย์ มช.ทำคลอดสำเร็จ"แฝด4แท้ธรรมชาติ"เคสหายากความเสี่ยงสูง ปลอดภัยดีทุกคน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ - คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ แถลงความสำเร็จทีมแพทย์สหสาขาร่วมมือดูแลครรภ์และทำคลอดแฝดแท้ 4 คนจากการตั้งท้องธรรมชาติครอบครัวแรกในประเทศไทย จนปลอดภัยดีทุกคน ชี้เป็นเคสหายากมากและความเสี่ยงสูง แต่ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วย


วันนี้(14 ต.ค.69) ที่ห้องประชุมชั้น 15 อาคารเฉลิมพระบารมี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. ประธานจัดแถลงข่าว “หนึ่งครรภ์ สี่หัวใจ” ความสำเร็จของทีมแพทย์สหสาขาในการดูแล “แฝดสี่แท้” จากการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นกรณีที่พบได้น้อยมาก โดยนับเป็นความสำเร็จของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการดูแลการตั้งครรภ์แฝด 4 ซึ่งเป็นแฝดสี่แท้จากไข่ใบเดียว ใช้รกเดียวกัน และเกิดขึ้นตามธรรมชาติ นับเป็นภาวะการตั้งครรภ์ที่พบได้น้อยมากและมีความเสี่ยงสูง ประมาณ 1 ใน 700,000 ราย โดยทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกันวางแผนดูแลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ การเตรียมพร้อมก่อนคลอด การผ่าตัดคลอด ตลอดจนการดูแลทารกแรกเกิดในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) จนมารดาและทารกทั้ง 4 คน ผ่านพ้นระยะวิกฤตได้อย่างปลอดภัย

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า นางสาวฐิติกานต์ สินิรักษาทรัพย์ อายุ 33 ปี มารดาชาวปกาเกอะญอ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการส่งตัวจากโรงพยาบาลแม่สะเรียงมายังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เมื่ออายุครรภ์ 23 สัปดาห์ ภายหลังโรงพยาบาลต้นสังกัดตรวจเบื้องต้นพบว่า เป็นการตั้งครรภ์แฝด 3 ก่อนที่ทีมสูติแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) จะตรวจอัลตราซาวด์อย่างละเอียดและพบว่า แท้จริงแล้วเป็นการตั้งครรภ์แฝด 4 โดยทารกทั้ง 4 คนอยู่ในถุงน้ำคร่ำแยกกัน 4 ถุง แต่ใช้รกร่วมกัน 1 รก ถือเป็นครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่มีภาวะความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งการตั้งครรภ์แฝด 4 มีความเสี่ยงสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะการคลอดก่อนกำหนด ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้รกร่วมกัน เช่น การถ่ายเทเลือดระหว่างครรภ์แฝด การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ผิดปกติ รวมถึงการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจอัลตราซาวด์อย่างละเอียดและติดตามสุขภาพทารกอย่างใกล้ชิด โดยวางแผนความถี่ในการตรวจตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ทุก 1-2 สัปดาห์ ขณะที่การตั้งครรภ์แฝด 4 มักมีการคลอดก่อนกำหนด โดยส่วนใหญ่คลอดประมาณอายุครรภ์ 29-30 สัปดาห์


ด้าน รศ.พญ.เฟื่องลดา ทองประเสริฐ หัวหน้าหน่วยเวชศาสตร์มารดาและทารก ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. และหัวหน้าศูนย์ทารกในครรภ์ เปิดเผยว่า สิ่งที่ท้าทายอย่างมากในการดูแลครรภ์แฝด 4 คือการเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนและการยืดอายุครรภ์ให้ได้นานที่สุด เพื่อให้ทารกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและลดปัญหาจากการคลอดก่อนกำหนด ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงการเดินทางของมารดาจากอำเภอแม่สะเรียง ซึ่งมีระยะทางไกลและไม่สะดวกในการเดินทางมาตรวจที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ สูติแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) จึงประสานงานกับสูติแพทย์โรงพยาบาลแม่สะเรียง เพื่อร่วมกันวางแผนการดูแลให้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด โดยด้านการดูแลมารดา ทีมแพทย์ต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์แฝด ได้แก่ ครรภ์เป็นพิษ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และภาวะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอสำหรับทารกทั้ง 4 คน จึงมีการให้ยาเพื่อป้องกันครรภ์เป็นพิษ ตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ และปรึกษานักโภชนาการเพื่อให้ได้รับอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุอย่างเหมาะสม

ขณะที่สูติแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) วางแผนให้มารดาเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ตั้งแต่อายุครรภ์ 27 สัปดาห์ เพื่อฉีดยากระตุ้นปอดทารกและเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดก่อนกำหนด รวมถึงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะมีอาการเจ็บครรภ์คลอด หากเกิดอาการเจ็บครรภ์จะพิจารณาให้ยายับยั้งการคลอดที่ปลอดภัยสำหรับมารดาและทารก เพื่อยืดอายุครรภ์ให้ได้มากที่สุด โดยวางแผนผ่าตัดคลอด เนื่องจากทารกทั้ง 4 คนอยู่ในท่าก้นหรือท่าขวาง ซึ่งไม่เหมาะสมสำหรับการคลอดทางช่องคลอด โดยระหว่างพักรักษาตัว ทีมแพทย์มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการผ่าตัดคลอดฉุกเฉินตลอดเวลา ทั้งการซักซ้อมแผน การส่งต่อข้อมูลระหว่างทีมสูติแพทย์ วิสัญญีแพทย์ กุมารแพทย์ทารกแรกเกิด และพยาบาล ตลอดจนเตรียมยา เลือด อุปกรณ์ และพื้นที่รองรับทารกทั้ง 4 คน กระทั่งเมื่ออายุครรภ์ 29 สัปดาห์ 5 วัน หลังเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมากกว่า 2 สัปดาห์ มารดาเริ่มมีอาการมดลูกหดรัดตัวในเวลาประมาณ 02.30 น. และตรวจพบว่าปากมดลูกเปิด 2 เซนติเมตร ทีมแพทย์ประเมินว่าเข้าสู่ภาวะคลอดก่อนกำหนด จึงให้ยายับยั้งการหดรัดตัวของมดลูก พร้อมเตรียมทีมสหสาขาวิชาชีพเข้าดำเนินการตามแผนที่ซักซ้อมไว้


สำหรับการผ่าตัดคลอดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยไม่พบภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ทารกทั้ง 4 คนได้รับการดูแลต่อในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) โดยกุมารแพทย์ทารกแรกเกิด ขณะที่มารดาได้รับการดูแลต่อที่หอผู้ป่วยสูติกรรม การผ่าตัดคลอดครั้งนี้ต้องใช้บุคลากรสหสาขาวิชาชีพ รวมเกือบ 30 คน ประกอบด้วยทีมสูติแพทย์ 4 คน ทีมกุมารแพทย์ 10-12 คน ทีมวิสัญญีแพทย์และพยาบาล 5 คน และทีมพยาบาลห้องผ่าตัด 5 คน โดยทุกทีมต้องทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถดูแลมารดาและทารกทั้ง 4 คนได้อย่างปลอดภัย ซึ่งความสำเร็จของการผ่าตัดคลอดแฝด 4 ครั้งนี้เกิดจากการทำงานและการประสานงานอย่างเป็นระบบของทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยเฉพาะความพร้อมของทีมวิสัญญีและทีมทารกแรกเกิด ซึ่งทำให้ทีมสูติแพทย์สามารถดูแลมารดาได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกันการวินิจฉัยการตั้งครรภ์แฝดตั้งแต่ระยะแรกและการฝากครรภ์อย่างเหมาะสม มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินความเสี่ยง การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน และการวางแผนรักษาอย่างทันท่วงที โดยทารกทั้ง 4 คน คลอดเมื่ออายุครรภ์ 29 สัปดาห์ 5 วัน มีน้ำหนักแรกเกิด 1,110 กรัม 1,295 กรัม 1,115 กรัม และ 800 กรัม ตามลำดับ โดยทารกทั้ง 4 คนเป็นทารกคลอดก่อนกำหนดมาก จึงจำเป็นต้องติดตามและเฝ้าระวังการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ การควบคุมอุณหภูมิ ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และระบบทางเดินอาหาร

รศ.พญ.เฟื่องลดา ยอมรับว่า เมื่อทราบผลการตรวจว่าเป็นการตั้งครรภ์แฝดสี่ แม้จะรู้สึกยินดีกับมารดาและครอบครัว แต่ก็มีความกังวลถึงความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะการคลอดก่อนกำหนด อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมร่วมกันระหว่างทีมสูติแพทย์ โรงพยาบาลแม่สะเรียงและทีมสหสาขาวิชาชีพอย่างใกล้ชิด ก็ทำให้ทีมมีความมั่นใจว่าจะสามารถดูแลมารดาและทารกทั้ง 4 คนได้ดีและเหมาะสมที่สุด สำหรับช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบที่สุดคือ การตัดสินใจระหว่างการยับยั้งการคลอดกับการผ่าตัดคลอด เมื่อมารดาเริ่มอาการเจ็บครรภ์และปากมดลูกเริ่มเปิด เพราะต้องประเมินระหว่างผลข้างเคียงของการยับยั้งการคลอดกับประโยชน์ของการยืดอายุครรภ์ เพื่อให้ทารกมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น รู้สึกดีใจมากที่คนไข้ปลอดภัย เด็กทารกทั้ง 4 คนปลอดภัยและแข็งแรง รวมทั้งภาคภูมิใจในทีมรักษาที่สามารถดูแลและดำเนินการได้ตามแผนที่เตรียมไว้ ตั้งแต่การดูแลในช่วงฝากครรภ์ การคลอด และการดูแลทารกหลังคลอด ทั้งนี้ สูติแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM) โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ มีความเชี่ยวชาญในการดูแลครรภ์แฝดและครรภ์เสี่ยงสูง โดยให้การดูแลอย่างครบวงจรตั้งแต่การวินิจฉัยก่อนคลอด การป้องกันภาวะแทรกซ้อน และการดูแลรักษามารดาและทารกในครรภ์ พร้อมได้รับการสนับสนุนจากทีมสหสาขาวิชาชีพ สถานที่ และอุปกรณ์ที่มีความพร้อม และยินดีอย่างยิ่งที่ทีมสูติแพทย์ได้ใช้ศักยภาพและความเชี่ยวชาญที่มีดูแลการตั้งครรภ์แฝด 4 ซึ่งเป็นเคสเสี่ยงสูงและหาได้ยากนี้จนสำเร็จและปลอดภัย ต้องขอขอบคุณมารดาและครอบครัวที่ดูแลตัวเองอย่างดีเยี่ยม และขอบคุณทีมงานทุกคนที่ร่วมมือช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ สำหรับการตั้งครรภ์แฝดสี่ที่มีต้นกำเนิดจากไข่ใบเดียว ที่ใช้รกเดียวกันและเกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้ ถือเป็นกรณีที่พบได้น้อยมาก และมีความเสี่ยงสูงทั้งต่อมารดาและทารก จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ในการตรวจประเมินอย่างละเอียด โดยเฉพาะการตรวจอัลตราซาวด์ที่มีความยากและซับซ้อนกว่าครรภ์ทั่วไป ตลอดจนการวางแผนดูแลและประสานงานกับทีมสหสาขาวิชาชีพอย่างใกล้ชิด


ด้าน อ.พญ.นวินดา เรืองอำนาจ อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ สาขาวิชาทารกแรกเกิด คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า ความท้าทายสำคัญคือการต้องดูแลทารกที่มีความเสี่ยงสูงพร้อมกันถึง 4 คนตั้งแต่นาทีแรกหลังคลอด จึงต้องเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ทั้งบุคลากร อุปกรณ์ช่วยกู้ชีพและช่วยหายใจ รวมถึงเตียงในหอผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด และเนื่องจากทารกแต่ละคนมีปัญหาและความต้องการในการรักษาแตกต่างกัน ทีมจึงต้องประเมินและวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคล หลังคลอด ทารกทั้ง 4 คนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด อย่างเป็นระบบ เนื่องจากมีภาวะหายใจลำบากจากปอดที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ จึงได้รับการช่วยหายใจตามความรุนแรงของแต่ละคน และบางรายได้รับสารลดแรงตึงผิวในปอด (surfactant) เพื่อช่วยให้การทำงานของปอดดีขึ้น ขณะที่ด้านโภชนาการ ทารกเริ่มได้รับนมตั้งแต่วันที่ 2 หลังคลอด โดยใช้นมมารดาร่วมกับนมบริจาคจากธนาคารนมแม่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสามารถเพิ่มปริมาณนมจนได้รับเต็มตามความต้องการ ภายในประมาณหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นทีมได้ค่อย ๆ ลดการช่วยเหลือตามพัฒนาการ พร้อมติดตามการเจริญเติบโต การติดเชื้อ ภาวะตัวเหลือง และภาวะแทรกซ้อนของทารกคลอดก่อนกำหนด จนสามารถหายใจได้ด้วยตนเอง รับนมและเจริญเติบโตได้ดี มีความพร้อมที่จะกลับไปอยู่กับครอบครัว

โดยปัจจุบัน น้องไอเดีย น้องไอวา น้องไอด้า และน้องไอร่า มีอายุ 8 เดือน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดูแลการผ่าตัดคลอดแฝด 4 สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้ คือ การทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การดูแลมารดาก่อนคลอด การวางแผนผ่าตัดคลอด การเตรียมทีมสำหรับดูแลทารกทั้ง 4 คนพร้อมกันในห้องคลอด และต่อเนื่องไปจนถึงการดูแลในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด ขณะเดียวกันครอบครัว โดยเฉพาะบิดามารดา ก็มีส่วนสำคัญในการดูแลทารกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนมมารดาซึ่งมีความสำคัญอย่างมากสำหรับทารกคลอดก่อนกำหนด การที่ทารกทั้ง 4 คนสามารถผ่านช่วงวิกฤตมาได้ ไม่ได้เกิดจากการรักษาใดการรักษาหนึ่ง แต่เป็นผลจากการเตรียมความพร้อม การดูแลอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือของทุกฝ่าย โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือให้เด็กแต่ละคนผ่านช่วงที่เปราะบางที่สุดไปได้อย่างปลอดภัย และเติบโตกลับไปอยู่กับครอบครัว

ขณะที่นางสาวฐิติกานต์ สินิรักษาทรัพย์ อายุ 34 ปี มารดาของแฝดสี่ เปิดเผยว่า นายนิรันดร์ สินิรักษาทรัพย์ อายุ 35 ปี เป็นบิดาของเด็ก โดยช่วงแรกแพทย์แจ้งว่าตั้งครรภ์แฝด 3 ก็รู้สึกตกใจแล้ว แต่เมื่อตรวจละเอียดที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่และพบว่าเป็นแฝด 4 ยิ่งตกใจมากขึ้น เพราะครอบครัวมีฐานะยากจนและมีลูกชายคนโตวัย 2 ขวบ 4 เดือน อยู่แล้ว ทำให้ต้องดูแลลูกทั้งหมด 5 คน ช่วงแรกที่เห็นลูกตัวเล็ก ๆ อยู่ในตู้อบรู้สึกกลัว แต่เมื่อแพทย์แจ้งว่าเด็กทั้ง 4 คนแข็งแรงดี ก็รู้สึกดีใจและคลายกังวล ปัจจุบันครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก โดยเฉพาะค่านมที่ต้องใช้นมชงเสริม เนื่องจากนมแม่ไม่เพียงพอ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเกือบ 10,000 บาทต่อเดือนที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ ขณะที่การเลี้ยงดูได้รับความร่วมมือจากตา ยาย น้า อา และเพื่อนบ้านในหมู่บ้าน ทั้งนี้ ครอบครัวยังคงต้องการความช่วยเหลือด้านค่านมและของใช้จำเป็นสำหรับเด็ก ผู้ใจบุญที่ประสงค์ร่วมบริจาคสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดกับครอบครัวได้โดยตรงที่ เบอร์โทร 065-4503463 คุณปุ๊กกี้ (น้องสาวของแม่เด็ก).