น่าน – คืบหน้าคดีผู้พิการขายลอตเตอรี่หายตัวปริศนา ก่อนญาติและเจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหานานกว่า 3 วัน..ตำรวจ สภ.ท่าวังผา แกะรอยวงจรปิดรวบเพื่อนสนิทก่อเหตุฆาตกรรม อ้างโมโหถูกทวงหนี้ 5,000 บาท ก่อนนำศพใส่ถุงปุ๋ยทิ้งน้ำน่าน
วันนี้(14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีญาติติดตามต้นหานายทัตธพงษ์ ทะสี หรือ “หง่า” อายุ 45 ปี ผู้พิการประกอบอาชีพขายลอตเตอรี่ หลังหายตัวไปพร้อมรถจักรยานยนต์ แผงขายลอตเตอรี่ และเงินสด ตั้งแต่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 17.00–18.00 น.
หลังเกิดเหตุ ญาติ ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย อบจ.น่าน มูลนิธิเพชรเกษมน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง กระทั่ง 13 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าวังผา ตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคและภาพจากกล้องวงจรปิด พบความผิดปกติเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ผู้สูญหาย จึงเชิญตัวนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี มาสอบปากคำ ก่อนที่เจ้าตัวจะรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุสังหารนายหง่า และนำศพไปทิ้งแม่น้ำน่านเพื่ออำพรางคดี
ผู้ต้องหา อ้างว่า เป็นเพื่อนสนิทกับผู้ตายและซื้อลอตเตอรี่แบบขายเชื่อหลายครั้ง โดยมียอดหนี้ 10,000 บาท ชำระคืนไปแล้ว 5,000 บาท เหลือหนี้อีก 5,000 บาท ก่อนเกิดเหตุได้ติดต่อผู้ตายเพื่อนัดชำระเงินบางส่วน แต่ในวันดังกล่าวตนดื่มสุราจนมึนเมา
เมื่อพบกันบริเวณทางเข้าสวนยางพารา เกิดมีปากเสียงเรื่องหนี้สิน หลังผู้ตายพูดว่าจะไปทวงเงินกับแม่ยายและภรรยาของตน จึงเกิดความโมโหและลงมือทำร้ายร่างกาย โดยได้บีบคอผู้ตายจนล้มลง ก่อนใช้ท่อนไม้ทำร้ายซ้ำจนแน่นิ่ง เมื่อตรวจดูพบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงลากศพเข้าไปในสวนยางพารา จากนั้นไปหากระสอบปุ๋ย นำศพใส่กระสอบและขนขึ้นรถจักรยานยนต์ไปทิ้งลงแม่น้ำน่าน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร
ภายหลังรับคำให้การ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้ต้องหาลงพื้นที่ตรวจสอบจุดต่าง ๆ พบจุดแรกบริเวณสวนยางพารา มีรอยเลือดริมถนน หน้ากากอนามัยเปื้อนเลือด และท่อนไม้ที่คาดว่าใช้ก่อเหตุ ส่วนจุดที่สองบริเวณห้างนาของยายผู้ต้องหา พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกซุกซ่อนไว้ โดยมีการนำป้ายทะเบียนออก ขณะที่บริเวณจุดทิ้งศพริมแม่น้ำน่าน ไม่พบหลักฐานเพิ่มเติมในเบื้องต้น
ล่าสุดบ่ายวันนี้(14 ต.ค.) เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยซึ่งร่วมกับญาติออกค้นหาผู้สูญหาย เปิดเผยว่า หลังค้นหาต่อเนื่องนานกว่า 3 วัน โดยในช่วงเช้าได้แบ่งกำลังเป็น 2 กลุ่ม ล่องเรือค้นหาตามลำน้ำน่านและทวนกระแสน้ำ กระทั่งได้รับแจ้งว่าพบศพอยู่ในกระสอบติดกิ่งไม้บริเวณบ้านดอนแก่ง ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา ห่างจากจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่านำศพไปทิ้งกว่า 10 กิโลเมตร
สภาพศพเริ่มขึ้นอืด มีมือและเท้าโผล่ออกมาจากปากกระสอบที่ไม่ได้มัด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเก็บกู้และนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลน่าน เพื่อชันสูตรและตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดต่อไป
เจ้าหน้าที่และญาติระบุว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัวและประกอบอาชีพขายลอตเตอรี่ รวมถึงปล่อยเงินกู้ โดยในวันเกิดเหตุมีข้อมูลว่าอาจพกเงินสดติดตัวมากกว่า 30,000 บาท ส่วนสร้อยทองที่มักสวมใส่นั้น ฝากไว้กับมารดา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวยังต้องตรวจสอบประกอบสำนวนคดี
เบื้องต้น ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหาว่าก่อเหตุเพราะความโกรธแค้นจากการทวงหนี้เพียงอย่างเดียว โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามูลเหตุเกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างหนี้หรือประสงค์ต่อทรัพย์หรือไม่ อีกทั้งผู้ต้องหายังให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานที่ทิ้งศพ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียเวลาค้นหาในสระน้ำถึง 4 แห่ง ก่อนจะให้การว่าทิ้งศพลงแม่น้ำน่าน


