xs
xsm
sm
md
lg

“ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประสานคุ้มครอง “ฟ้าใส” วัย 13 ปี แม่ยอมให้รัฐดูแล ขอโทษกลุ่มอินฟลูฯ ยืนยันยังรักลูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - ดราม่าครอบครัว “น้องฟ้าใส” ถึงจุดเปลี่ยน แม่ดายอมรับเคยใช้อารมณ์รุนแรง พร้อมขอโทษ “สไปรท์ SPD-อุงเอิง-นุ้งตี้” หลังเกิดความขัดแย้ง ด้าน “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประสานหน่วยงานรัฐเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองเด็ก เน้นความปลอดภัย สภาพจิตใจ และอนาคตทางการศึกษา ขณะที่เด็กยังไม่ประสงค์พบหน้าแม่ในขณะนี้

วันนี้( 14 ต.ค.) นางชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมเจ้าหน้าที่ พม. ตำรวจ บช.สอท. ฝ่ายปกครอง และสำนักงานอัยการภาค 2 ร่วมหารือแนวทางคุ้มครองสวัสดิภาพ ด.ญ.อัจฉริยาพร หงวนกระโทก หรือ “น้องฟ้าใส” อินฟลูเอนเซอร์วัย 13 ปี หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างมารดากับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ในพื้นที่พัทยา ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ผลการหารือเบื้องต้น แม่ดา หรือ นางศศีณีกานต์ หงวนกระโทก อายุ 51 ปี ยินยอมให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาดูแลลูกสาวตามกระบวนการคุ้มครองเด็ก ขณะที่น้องฟ้าใสยังแสดงความประสงค์ไม่ต้องการพบหน้ามารดาในขณะนี้

แม่ดาเปิดเผยว่า ตนมีลูกที่ยังมีชีวิตอยู่ 4 คน โดยน้องฟ้าใสเป็นลูกคนสุดท้อง พร้อมยืนยันความสัมพันธ์แม่ลูกมีเอกสารสูติบัตรรับรอง ส่วนสาเหตุความขัดแย้งกับกลุ่มของ “สไปรท์ SPD” และ “อุงเอิง” เกิดจากความไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตในวงการโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่ปัญหาเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว

แม่ดาระบุว่า หลังแยกตัวออกมาได้รับเงินสนับสนุน 2 ครั้ง จำนวน 90,000 บาท และ 40,000 บาท รวม 130,000 บาท ก่อนกลับมาใช้ชีวิตในพื้นที่พัทยา และเข้าพักกับกลุ่มของ “นุ้งตี้” ซึ่งช่วงแรกให้การดูแลเป็นอย่างดี แต่ภายหลังเริ่มรู้สึกอึดอัดกับการทำคอนเทนต์บางอย่าง

ส่วนประเด็นการแบ่งรายได้จากงานรีวิวและการถ่ายคอนเทนต์ แม่ดาอ้างว่ามีการหักหรือแบ่งรายได้ประมาณ 20-30% ตามข้อตกลง โดยรายละเอียดสัญญาและเงื่อนไขต่าง ๆ ยังต้องตรวจสอบจากทุกฝ่าย

สำหรับกรณีที่เคยพูดว่าจะฟ้องเรียกเงิน 40 ล้านบาท แม่ดายอมรับว่าเป็นคำพูดที่เกิดจากความโมโหชั่ววูบ ไม่ได้มีเจตนาดำเนินการเรียกร้องเงินจริง พร้อมยอมรับว่าเคยใช้ไม้แขวนเสื้อตีลูกสาวจากความขัดแย้งเรื่องการอบรมสั่งสอนและความรับผิดชอบภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม แม่ดาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการใช้ลูกสาวไปซื้อยาเสพติดและบังคับให้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยยืนยันว่าพร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

แม่ดายังกล่าวถึงเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทและขว้างก้อนหินจนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่พอใจว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ในสภาพเหนื่อยล้าจากการทำงานและไม่ได้รับประทานอาหารอย่างเพียงพอ จึงควบคุมอารมณ์ไม่ได้

แม่ดายอมรับว่า ขณะนี้ไม่สามารถดูแลและอบรมสั่งสอนลูกสาวได้อย่างเหมาะสม จึงต้องการให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือ โดยกังวลว่าหากกลับมาอยู่ด้วยกัน ความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นซ้ำ

“แม่เลี้ยงน้องได้แต่ตัว แต่แม่เลี้ยงใจเขาไม่ได้ ตอนนี้แม่คุ้มครองน้องไม่ได้แล้ว แม่ยังรักลูกเสมอ อยากให้ลูกได้เรียนหนังสือสูง ๆ เพราะแม่ไม่มีโอกาสได้เรียน” แม่ดากล่าว พร้อมยกมือขอโทษกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่เคยให้ความช่วยเหลือ ทั้งสไปรท์ SPD อุงเอิง นุ้งตี้ และทีมงาน หากที่ผ่านมาเคยใช้คำพูดหรือแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมจนทำให้ได้รับผลกระทบ

ด้าน “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวกำลังเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณามาตรการดูแลความปลอดภัย สภาพจิตใจ และอนาคตทางการศึกษาของน้องฟ้าใสเป็นสำคัญ

แม้น้องฟ้าใสจะต้องการอยู่กับกลุ่มของนุ้งตี้และยังสนใจทำงานอินฟลูเอนเซอร์ แต่ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเหมาะสมตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องสัญญาว่าจ้าง การสร้างรายได้ และการนำเด็กไปไลฟ์สดหรือผลิตคอนเทนต์

ต้นอ้อระบุว่า เคยได้รับเรื่องขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับน้องฟ้าใสเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน และเคยประสานหน่วยงานด้านเด็กและครอบครัวเข้าช่วยเหลือ ก่อนที่เด็กจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ กระทั่งเกิดความขัดแย้งขึ้นอีกครั้ง

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการคุ้มครองสวัสดิภาพและสภาพจิตใจของเด็ก ไม่ใช่การกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยขอให้ทุกฝ่ายลดการนำเด็กไปเป็นประเด็นขัดแย้งในสังคมออนไลน์ และเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

เบื้องต้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาแนวทางดูแลและจัดการศึกษาให้น้องฟ้าใสในระยะต่อไป โดยยึดประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก ส่วนข้อกล่าวหาและประเด็นสัญญาจ้างต่าง ๆ จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย