นครพนม-ยกระดับความปลอดภัยรับมหกรรมไหลเรือไฟนครพนม ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมส่งรถศูนย์ปฏิบัติการสั่งการเคลื่อนที่ลงพื้นที่ พร้อมเทคโนโลยี AI ตรวจจับใบหน้า และโดรนติดกล้องตรวจจับความร้อน 4 ลำ เฝ้าระวังทั้งบนบกและเหนือแม่น้ำโขง ระดมกำลังทุกภาคส่วนดูแลนักท่องเที่ยวเรือนแสนตลอดเทศกาล 16–27 ตุลาคมนี้
วันนี้ (13 ต.ค.) ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 จังหวัดนครพนม ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดนครพนมเดินหน้ายกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยครั้งสำคัญ รับคลื่นนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและต่างชาติที่จะเดินทางมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของงานประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 16–27 ตุลาคม 2569 โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการป้องกันอาชญากรรม การเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน และการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ
พ.ต.ท.สุวิทย์ บุญยะเพ็ญ สว.ส.ทท.4 กก.1 บก.ทท.2 เปิดเผยว่า ตำรวจท่องเที่ยวได้เตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์ และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนภารกิจดูแลความปลอดภัยในพื้นที่จัดงาน โดยเฉพาะบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงและจุดที่คาดว่าจะมีประชาชนรวมตัวกันหนาแน่น ไฮไลต์สำคัญของมาตรการปีนี้ คือเตรียมนำ รถศูนย์ปฏิบัติการสั่งการเคลื่อนที่ (Mobile CCOC) ของตำรวจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรถบรรทุกดัดแปลงติดตั้งตู้ปฏิบัติการขนาดใหญ่ เข้าประจำการในพื้นที่งาน
เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานและสนับสนุนการสั่งการของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม รถดังกล่าวมีลักษณะเป็นรถปฏิบัติการเฉพาะกิจ สีขาว ติดตราสัญลักษณ์ตำรวจท่องเที่ยว พร้อมหมายเลขสายด่วน 1155 ออกแบบสำหรับสนับสนุนภารกิจของตำรวจท่องเที่ยว โดยมีแผนใช้เป็นศูนย์กลางการติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลด้านความปลอดภัยในพื้นที่จัดงาน
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมนำเทคโนโลยี AI ตรวจจับและเปรียบเทียบใบหน้า (Facial Recognition) มาใช้สนับสนุนการตรวจสอบบุคคลตามหมายจับและบุคคลเป้าหมายตามฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เมื่อระบบตรวจพบข้อมูลที่อาจตรงกับบุคคลเป้าหมาย จะแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล ก่อนดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนกฎหมาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังอาชญากรรมในพื้นที่ที่มีประชาชนจำนวนมาก
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือการเตรียมใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน จำนวน 4 ลำ สนับสนุนการตรวจการณ์จากมุมสูง ทั้งพื้นที่จัดงาน จุดรวมตัวของนักท่องเที่ยว และแนวริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะโดรนที่ติดตั้ง กล้องตรวจจับความร้อน (Thermal Camera) ซึ่งสามารถสนับสนุนภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเวลากลางคืน
หากเกิดเหตุบุคคลพลัดตกน้ำหรือสูญหายในแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่สามารถใช้ภาพจากกล้องตรวจจับความร้อนช่วยค้นหาจุดที่อาจพบผู้ประสบภัย ก่อนส่งข้อมูลให้ชุดกู้ภัยเข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้การตรวจจับยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดของอุปกรณ์ เทคโนโลยีดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่มีการจัดกิจกรรมริมแม่น้ำโขงและมีประชาชนเฝ้าชมความงดงามของเรือไฟเป็นจำนวนมาก
สำหรับการรักษาความปลอดภัยภาคพื้นดิน ตำรวจท่องเที่ยวเตรียมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว สายตรวจจักรยาน และสายตรวจเดินเท้า กระจายกำลังดูแลประชาชนในพื้นที่จัดงาน เส้นทางสัญจร และจุดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม สถานีตำรวจภูธรเมืองนครพนม ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายปกครอง หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
พ.ต.ท.สุวิทย์ กล่าวต่อว่าตำรวจท่องเที่ยวยังเตรียมประชาสัมพันธ์ช่องทางการขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน TPB-APP (Thailand Tourist Police) ซึ่งมีระบบส่งข้อมูลพิกัด GPS ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งผู้แจ้งเหตุและประสานความช่วยเหลือได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือผ่าน สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการช่วยเหลือด้านภาษาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
เป้าหมายของการเตรียมความพร้อมครั้งนี้ว่า ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดนครพนม ได้ร่วมสัมผัสความงดงามของประเพณีไหลเรือไฟอย่างมีความสุขและปลอดภัย การเตรียมพร้อมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับงานรักษาความปลอดภัยของตำรวจท่องเที่ยว จากการตรวจตราแบบเดิมสู่การนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อรองรับงานประเพณีสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครพนม


