เชียงใหม่-ชาวบ้านแม่เหียะใน ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ยื่นหนังสือร้องสมาชิกวุฒิสภา วอนช่วยติดตามความคืบหน้าในการขอใช้น้ำจากการประปาส่วนภูมิภาค หลังชุมชนกว่า 200 หลังคาเรือนทำเรื่องขอมานานกว่า 30 ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดน้ำบาดาลใต้ดินแห้งขอดยิ่งทำเดือดร้อนหนัก ต้องซื้อน้ำจากการประปาขนขึ้นรถมาใช้ ขณะที่ สว. ประสานการประปาส่วนภูมิภาคและเทศบาลตำบลแม่เหียะเข้าหารือ เพื่อเร่งหาทางออกช่วยเหลือ
รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า ตัวแทนชาวบ้านแม่เหียะใน ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการขาดน้ำประปาสะอาดใช้ประมาณ 200-300 หลังคาเรือน เดินทางมายื่นหนังสือกับนายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภา(สว.)จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกันนี้ ทาง สว. ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ การประปาส่วนภูมิภาคเขต 9 การประปาส่วนภูมิภาคเชียงใหม่ และตัวแทนเทศบาลตำบลแม่เหียะ เข้ามาพูดคุยหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาสะอาด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณรอยต่อของเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และมีสภาพภูมิประเทศอยู่ในระดับสูงกว่าพื้นราบ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องพื้นที่บริการของการประปาส่วนภูมิภาค ที่ผ่านมาได้ทำเรื่องขอขยายเขตการให้บริการมานานกว่า 30 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากติดข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตพื้นที่อุทยาน รวมทั้งปัญหาแรงดันน้ำ
โดยนายนับวงศ์ ช่วยชูวงศ์ ชาวบ้านชุมชนคำมอกหลวง เผยว่า ชุมชนเริ่มเข้ามาอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2547 ขณะที่บางพื้นที่มีชุมชนดั้งเดิมอาศัยอยู่ก่อนหน้านั้น โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณสุดเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ทำให้การเข้าถึงระบบน้ำประปายังมีข้อจำกัด ที่ผ่านมา ชาวบ้านแก้ปัญหาด้วยการพึ่งพาตนเอง โดยบ้านที่สามารถขุดบ่อบาดาลได้ก็ใช้แหล่งน้ำของตนเอง แต่เมื่อประชากรเพิ่มขึ้น รวมถึงมีรีสอร์ต ร้านกาแฟ และกิจการต่าง ๆ เข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ ปัจจุบันจากการสำรวจพบว่าแหล่งน้ำบาดาลที่เคยใช้งานแห้งลงทั้งหมด ส่งผลให้ชุมชนไม่สามารถพึ่งพาแหล่งน้ำเดิมได้อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันการขยายระบบประปาให้เข้าถึงพื้นที่อย่างจริงจัง
พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องละเลยการทำงาน แต่ต้องการให้การแก้ปัญหามีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเสนอให้กำหนดโครงการอย่างเป็นระบบ มีหน่วยงานและผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน พร้อมช่องทางติดต่อ เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามและติดตามความคืบหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ภายหลังการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนชุมชนระบุว่าได้รับข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดด้านเทคนิคและข้อกฎหมาย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาในอนาคต พร้อมคาดหวังให้การหารือครั้งนี้นำไปสู่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้อย่างเพียงพอและยั่งยืนในระยะยาว โดยนายยุทธพงษ์ ลี้สกุลรักษ์ หัวหน้างานแผนงาน กองแผนและวิชาการ การประปาส่วนภูมิภาคเขต 9 เผยว่า การประปาส่วนภูมิภาครับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนหมู่ 2 และหมู่ 3 ที่ต้องการใช้น้ำประปาส่วนภูมิภาค แต่ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านแรงดันน้ำและแนวท่อประปาที่ยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ โดยเบื้องต้นได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว และมีแนวทางพิจารณาขยายเขตให้บริการเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันระบุด้วยว่า ขั้นตอนต่อไปจะเร่งสำรวจพื้นที่และออกแบบระบบวางท่อประปา พร้อมดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ หากได้รับอนุญาตแล้ว จะเสนอขอจัดสรรงบประมาณ โดยตั้งเป้าหมายภายในปีงบประมาณ 2570 หากดำเนินการไม่ทันอาจต้องเสนอขอรับงบประมาณในปีถัดไป สำหรับแนวทางเบื้องต้น มีจุดที่พิจารณาไว้ 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณสถานีประปาเดิมด้านหลังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เพื่อรับน้ำและส่งน้ำขึ้นไปยังพื้นที่บ้านแม่เหียะใน และบริเวณสวนสาธารณะของหมู่บ้าน ซึ่งอาจใช้เป็นสถานีจ่ายน้ำในเบื้องต้น ทั้งนี้ ต้องรอผลสำรวจและการออกแบบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อกำหนดรูปแบบระบบส่งน้ำที่เหมาะสม ส่วนพื้นที่ที่ลงตรวจสอบในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เห็นว่ามีความเหมาะสมในเบื้องต้น เนื่องจากแม้จะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ แต่เป็นพื้นที่ที่จัดไว้สำหรับใช้ประโยชน์สาธารณะ จึงมีแนวทางที่จะยื่นขออนุญาตก่อสร้างระบบประปาได้ โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ด้านนายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนหมู่ 3 ผ่านตัวแทนคณะกรรมการวัดพัฒนาธรรม เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนน้ำประปา โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเชียงใหม่ การประปาส่วนภูมิภาคเขต 9 เทศบาล และหน่วยงานอุทยานแห่งชาติ เพื่อหารือแนวทางแก้ไขและผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง โดยจากการลงพื้นที่ร่วมกัน ได้พิจารณาจุดที่มีความเป็นไปได้ในการเพิ่มสถานีเพิ่มแรงดันน้ำหรือสถานีจ่ายน้ำอีก 2-3 จุด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการสำรวจและออกแบบระบบโดยการประปาส่วนภูมิภาค คาดว่าภายในช่วงปลายปีนี้จะมีข้อมูลความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการดำเนินงาน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ
ส่วนแนวทางผลักดันในระดับนโยบาย สมาชิกวุฒิสภาระบุว่า จะติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด โดยหากจำเป็นจะใช้กลไกของวุฒิสภา ทั้งการอภิปรายและการหารือในชั้นกรรมาธิการ เพื่อเร่งรัดขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่ ตลอดจนผลักดันการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางให้แก่การประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งเบื้องต้นอาจต้องเสนอของบประมาณในปี 2572-2573 เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการขยายเขตประปาและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม


