xs
xsm
sm
md
lg

12 ชาวไต้หวันบินลัดฟ้าช่วยโรงทาน “มูลนิธิสว่างขอนแก่นฯ” ตำส้มตำเจแจกฟรี คนแห่หิ้วปิ่นโตรับวันละหลายพัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ขอนแก่น-มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ จัดใหญ่โรงทานเจมหากุศล ครั้งที่ 5 อิ่มไม่อั้นวันละ 2 มื้อ ช่วยประชาชนลดค่าครองชีพยุคเศรษฐกิจซบเซา เผยไฮไลต์ “12 ญาติธรรมไต้หวัน” ลงทุนบินลัดฟ้ามาเอง ช่วยสับมะละกอทำ “ส้มตำเจ” แจก ด้านมูลนิธิฯ คุมเข้มรักษ์โลก รณรงค์หิ้วปิ่นโต-กล่องข้าวใส่กลับบ้าน ลดขยะพลาสติก

บรรยากาศการทำโรงทานอาหารเจ ที่มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ เขตเทศบาลนครขอนแก่น บรรยากาศงานเทศกาลถือศีลกินเจ ครั้งที่ 5 ประจำปีนี้เป็นไปอย่างคึกคัก โดยทางมูลนิธิฯ ได้จัดตั้ง "โรงทานเจมหากุศล" เปิดให้ประชาชนเข้ามารับประทานอาหารเจฟรี ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมงาน ทั้งแบบรับประทานที่มูลนิธิฯ และเตรียมภาชนะ ปิ่นโต หรือกล่องใส่อาหารมาใส่กลับไปรับประทานที่บ้าน

สำหรับสีสันและความพิเศษของโรงทานเจในปีนี้ ได้มีกลุ่มญาติธรรมชาวไต้หวันจำนวน 12 คน เดินทางมาร่วมเป็นจิตอาสา ช่วยกันปอกเปลือกและสับมะละกอ เพื่อเตรียมวัตถุดิบในการทำ “ส้มตำเจ” ซึ่งเป็นเมนูไฮไลต์ประจำงานที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก

นายธงชัย ธีระรัตนนุกุลชัย รองประธานมูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ เปิดเผยว่า ญาติธรรมชาวไต้หวันกลุ่มนี้ มีความคุ้นเคยกับคนรู้จักในไทย พอทราบว่าประเทศไทยมีเทศกาลกินเจ จึงสนใจเดินทางมาดูวัฒนธรรมว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร โดยชาวไต้หวันทั้ง 12 คน ได้ออกค่าใช้จ่ายซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางมาด้วยใจศรัทธา ขณะที่ทางมูลนิธิฯ ช่วยดูแลเรื่องที่พักให้

“ชาวไต้หวันบอกว่าเทศกาลกินเจที่ไทยกับไต้หวันต่างกันมาก โดยเฉพาะ ‘ส้มตำ’ ซึ่งพวกเขาไม่เคยทานมาก่อน แต่สนใจมากจนขอมีส่วนร่วมในการปรุงอาหาร โดยรับหน้าที่เป็นฝ่ายเตรียมวัตถุดิบ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนให้มูลนิธิฯ อีก 10,000 บาท” นายธงชัย กล่าว




ด้านนายชัยสิทธิ์ สิทธิอมรพร ประธานกรรมการมูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ กล่าวว่า การจัดโรงทานเจมหากุศลครั้งนี้ ถือเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยใช้วงเงินงบประมาณจัดงานกว่า 1,000,000 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารให้แก่ประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ในช่วงภาวะเศรษฐกิจซบเซา

สำหรับการแจกอาหารเจ จะแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ประกอบด้วยมื้อเที่ยง เวลา 11.00 - 14.00 น. ส่วนมื้อเย็นเวลา 17.00 - 20.00 น. แต่ละมื้อจะมีเมนูอาหารเจปรุงสดใหม่ 4-5 เมนู และจัดให้รับประทานแบบไม่อั้น หากไม่พอทางโรงทานก็จะปรุงเพิ่มเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าราคาวัตถุดิบในท้องตลาดจะปรับตัวสูงขึ้น แต่มูลนิธิฯ ยืนยันว่าจะจัดเต็มเหมือนเดิมเพราะถือเป็นประเพณีที่ตั้งใจทำเพื่อประชาชน


นอกจากนี้ คณะกรรมการมูลนิธิฯ ยังได้เล็งเห็นถึงปัญหามลภาวะจากขยะพลาสติก จึงออกนโยบายรณรงค์ให้ประชาชนที่ต้องการนำอาหารกลับไปรับประทานที่บ้าน นำปิ่นโตหรือกล่องใส่อาหารมาจากบ้านเอง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี ช่วยลดปริมาณขยะและประหยัดทรัพยากรได้อย่างมาก

ทั้งนี้ จากการประเมินในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีประชาชนมาร่วมรับประทานอาหารเจประมาณ 1,000 - 2,000 คนต่อมื้อ โดยทางมูลนิธิฯ ตั้งเป้าหมายพร้อมรองรับประชาชนสูงสุดถึง 3,000 คนต่อมื้อ และขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมรับประทานอาหารเจเพื่อสืบสานประเพณีและสร้างกุศลร่วมกัน