พระนครศรีอยุธยา – มวลน้ำเจ้าพระยาและป่าสักยังเอ่อท่วมชุมชนริมแม่น้ำใน อ.บางปะอิน แม้ปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนพระราม 6 แล้ว ชาวบ้านหมู่ 6 ต.วัดยม ต้องใช้เรือพายเข้าออกบ้าน หลังถนนจมใต้น้ำสูง 1-2 เมตร เผยอดีตน้ำท่วมทุก 3-4 ปี แต่ระยะหลังแทบเกิดขึ้นทุกปี กระทบคนทำงานและครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
วันนี้( 12 ต.ค. ) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่ 6 ต.วัดยม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าบ้านเรือนประชาชนหลายหลังและถนนทางเข้าออกชุมชนถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1-2 เมตร ชาวบ้านต้องเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์มาเป็นเรือพายในการเดินทาง ทำให้การออกไปทำงานและซื้อของจำเป็นเป็นไปอย่างยากลำบาก หลายครอบครัวต้องวางแผนซื้ออาหารและสิ่งของกักตุนไว้ในบ้าน เพื่อลดความจำเป็นในการพายเรือฝ่าน้ำออกไปหลายเที่ยว
บางครอบครัวต้องพาลูกหลานออกจากบ้านในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ติดริมแม่น้ำ แม้ตัวบ้านจะยกพื้นสูง แต่การเดินทางยังต้องใช้เรือ ผู้ปกครองบางรายพาเด็กเล็กออกไปห้างสรรพสินค้าเพื่อหลบร้อนและซื้อของจำเป็น พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการสัญจรทางน้ำ
สถานการณ์ล่าสุด เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำท้ายเขื่อนในอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำ 605 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักไหลมารวมกันบริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ก่อนผ่านพื้นที่ อ.บางปะอิน ส่งผลให้ชุมชนริมแม่น้ำหลายแห่งยังได้รับผลกระทบ
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 16 อำเภอ 205 ตำบล 1,352 หมู่บ้าน 68 ชุมชน รวม 68,401 ครัวเรือน
นายพลวัฒน์ สาหร่าย อายุ 54 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ชุมชนหมู่ 6 และหมู่ 4 ต.วัดยม เป็นพื้นที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีบ้านเรือนหลายร้อยหลังคาเรือนได้รับผลกระทบ โดยน้ำเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ปีนี้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่างจากช่วงก่อนที่น้ำจะค่อย ๆ สูงขึ้น ทำให้ชาวบ้านบางส่วนแทบขนย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ไม่ทัน
นายพลวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำโดยรวมค่อนข้างทรงตัว แต่ในช่วงกลางคืนระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งศอก ก่อนลดลงในช่วงเช้า แม้บ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านใต้ถุนสูง แต่ถนนภายในชุมชนถูกน้ำท่วมจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ ต้องหันมาใช้เรือแทน
“เมื่อก่อนน้ำจะท่วมประมาณ 3-4 ปีครั้ง แต่ช่วงหลังมานี้ชุมชนริมน้ำท่วมแทบทุกปี ทำให้ใช้ชีวิตลำบาก โดยเฉพาะคนที่ต้องออกไปทำงาน จากเดิมขับรถออกจากบ้านช่วงสายได้ ตอนนี้ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4-5 เพื่อเตรียมตัวพายเรือออกไปทำงาน ถนนหน้าบ้านบางช่วงท่วมลึก ต้องใช้เรือเดินทางประมาณ 50 เมตร ส่วนคนที่อยู่ติดริมแม่น้ำบางหลังต้องพายเรือไกลถึง 700-800 เมตร” นายพลวัฒน์กล่าว


