xs
xsm
sm
md
lg

ส่องสภาพ!"บ้านป่าแหว่ง"ล่าสุดปี69 ถูกปล่อยร้างทรุดโทรมคาเชิงดอยสุเทพ จี้ธนารักษ์ส่งต่อเฟอร์นิเจอร์นำไปใช้ให้คุ้มเงินภาษี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่- เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดภาพสภาพปัจจุบัน "บ้านป่าแหว่ง" หลังธนารักษ์รับคืนพื้นที่ตั้งแต่ปี 2565 พบต้นไม้และวัชพืชปกคลุมทั่ว ส่วนตัวบ้านทรุดโทรม แต่เฟอร์นิเจอร์ยังดีและใช้งานได้ วอนส่งต่อหน่วยงาน ต่างๆนำไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้คุ้มค่าเงินภาษีประชาชน


วันนี้(11ต.ค.69) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า เมื่อวันที่10ต.ค.69 เพจเฟซบุ๊ก "เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ" โพสต์เผยแพร่รูปภาพสภาพปัจจุบันของโครงการบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ตั้งอยู่เชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยพบว่าในส่วนของบ้านพักจำนวน 45 หลัง ที่ทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้มีการส่งมอบคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์แล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27เม.ย.65 ถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพรกร้างมีต้นไม้และวัชพืชขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ ขณะที่โครงสร้างบ้านทรุดโทรม ส่วนเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพดี จึงอยากให้มีการส่งมอบต่อให้หน่วยงานอื่นๆ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ต่อและมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก


ทั้งนี้ข้อความตามโพสต์นี้ระบุว่า "เปิดภาพล่าสุดปี69 "บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ" หรือ (หมูบ้านป่าแหว่ง) หลังจากส่งมอบพื้นที่ให้กับ "กรมธนารักษ์" มานานกว่า5ปี ปัจจุบัน ตัวอาคารเริ่มทรุดโทรม ส่วนพื้นที่โดยรอบมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมตัวบ้านและถนนจนรกทึบไปหมด ส่วนภายในตัวอาคารเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นยังคงอยู่ในสภาพดี จึงอยากเรียกร้องให้ "กรมธนารักษ์" ช่วยส่งมอบเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ,เก้าอี้ ,เตียง,ตู้,แอร์,เครื่องทำน้ำอุ่น ไปให้กับหน่วยงานราชการอื่นๆนำไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ เพราะครุภัณฑ์เหล่านี้ จัดซื้อมาจากภาษีของประชาชน จึงไม่ควรปล่อยให้ชำรุดเสียหายไปอย่างเปล่าประโยชน์..."


สำหรับเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพนั้น เกิดจากการรวมตัวกันของภาคีเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงต้นปี2561 เพื่อต่อต้านคัดค้าน โครงการบ้านพักข้าราชการ ตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือ "บ้านป่าแหว่ง" ที่ประกอบด้วย บ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด9หลัง ก่อสร้างบน เนื้อที่ ประมาณ 147 ไร่ ด้วยวงเงินงบประมาณ 955 ล้านบาท โดยมีการเคลื่อนไหวและเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้ทำการรื้อถอนออกไปและคืนสภาพป่าเดิมตามธรรมชาติ จนสุดท้ายทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยินยอมคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ ในส่วนของพื้นที่บ้านพัก45หลัง ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมาจนถึงทุกวันนี้