xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน”หัวเราะร่า นำชาวเพชรบูรณ์ร่วมงาน “อุ้มพระดำน้ำ หนึ่งเดียวในโลก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพชรบูรณ์ – บอกโชคดีเป็นนายกฯคนแรก ร่วมประเพณีศักดิ์สิทธิ์หนึ่งเดียวในโลก.. “อนุทิน” หัวเราะร่า เป็น ปธ.เปิดงาน “อุ้มพระดำน้ำ” มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมานานกว่า 500 ปี จนเป็นอัตลักษณ์ของชาติ


วันนี้(11 ต.ค.) นายอุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานประธานประเพณีอุ้มพระดำน้ำประจำปี 2569 พิธีศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวเพชรบูรณ์หนึ่งเดียวในโลก ซึ่งจัดขึ้นในวันสารทไทย แรม 15 ค่ำ เดือน 10 ที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์

โดยนายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าเมืองเพชรบูรณ์ เป็นผู้อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชา ออกจากมณฑปวัดไตรภูมิ มาประดิษฐานบนเรือบุษบกล่องทวนกระแสน้ำมาบริเวณวังมะขามแฟบ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมารเพื่อประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำพร้อมด้วยกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่าย ท่ามกลางชาวเพชรบูรณ์และนักท่องเที่ยวที่มารอชมประเพณีหนึ่งเดียวในโลกครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

เมื่อขบวนเรืออัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชามาถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบริเวณหน้าเครื่องบวงสรวง พระสงฆ์ได้เจริญชัยมงคลคาถา เสร็จแล้วพราหมณ์ประกอบพิธีประกอบพิธีบวงสรวงเทพยาดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

จากนั้นนายศรัญยู มีทองคำ ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าเมือง ซึ่งแต่งชุดไทยสีน้ำเงินพร้อมด้วยกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่ายที่แต่งกายชุดไทยสีเหลืองได้อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาลงดำน้ำยังบริเวณพิธีที่ได้จัดเตรียมไว้ โดยการดำน้ำจะดำ 2 ทิศ คือ ทิศเหนือและทิศใต้ ทิศละ 3 ครั้ง ก่อน-หลัง ตามคำเสี่ยงทาย เพื่อเป็นการขออำนาจบารมีขององค์พระพุทธมหาธรรมราชาได้ประทานพร บันดาลให้ประชาชนชาวเพชรบูรณ์ได้อยู่เย็นเป็นสุข ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล


ก่อนที่ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์ จะอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ลงจากเรือให้นายอุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคล้องมาลัยที่องค์พระ เป็นการเปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ 2569 อย่างเป็นทางการ จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้โยนสิ่งของมงคลที่ประกอบในพิธี ประกอบด้วยข้าวต้มลูกโยน ข้าวต้มมัด กระยาสารท ให้กับประชาชนที่มาร่วมในพิธีได้นำไปรับประทาน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

นายอนุทิน กล่าวว่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีอุ้มพระดำน้ำ ซึ่งเป็นพิธีอันดีงามของพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งศรัทธา สามัคคีของพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ที่มีต่อองค์พระพุทธมหาธรรมราชา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ ที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

สิ่งที่น่าชื่นชมคือพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ และทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสืบสวนประเพณีอย่างยาวนาน จนได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม นับเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชาวเพชรบูรณ์ที่พวกเราทุกคนควรรักษา และสืบทอดต่อไปยังคนรุ่นหลัง

ทั้งนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุนทางวัฒนธรรม นอกจากจะเป็นอัตลักษณ์ของชาติแล้ว ยังมีส่วนสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดเพชรบูรณ์อีกด้วย งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เป็นอีกวัฒนธรรมอันดีที่ดึงดูดผู้คนมาสัมผัสประสบการณ์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี อยู่มากมาย ทั้งอาหาร ผลิตทางการเกษตร ขอให้พี่น้องเพชรบูรณ์เป็นเจ้าบ้านที่ดี ชื่นชมทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจจัดงานในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป


นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวตอนหนึ่งว่าตนได้รับพรจากเจ้าคณะจังหวัดว่า..มีบุญวาสนามากที่ได้มาร่วมงานในวันนี้งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ท่านบอกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ได้มีโอกาสมาร่วมประเพณีนี้ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และทุกท่านที่เป็นสะพานบุญ เป็นใบบุญให้แก่ตนและภรรยา ซึ่งต้องถือว่าเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์จริง และหวังว่ากุศลที่เราจะได้รับจากการทำบุญร่วมกันครั้งนี้จะยังผลให้แผ่นดินไทยมีความสงบสุขมีความร่มเย็น พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนพ้นทุกข์คนโศกและมีความสุขในการที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป

ทั้งนี้ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เป็นหนึ่งในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 500 ปี มีตำนานที่ถูกเล่าขานมานาน ว่ามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้ออกหาปลาในแม่น้ำป่าสัก แต่อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น โดยกระแสน้ำในบริเวณวังมะขามแฟบ มีพรายน้ำผุดขึ้นมาทีละน้อยจนแลดูคล้ายน้ำเดือด จากนั้นกลายเป็นวังวนดูดเอาองค์พระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ทำให้ชาวประมงต้องลงไปอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ แต่ในปีถัดมาตรงกับวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 วันประเพณีสารทไทย พระพุทธรูปดังกล่าวหายไป ชาวบ้านต่างพากันงมหา สุดท้ายไปพบพระพุทธรูปกลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณที่พบพระพุทธรูปองค์นี้ในครั้งแรกกำลังอยู่ในอาการดำผุดดำว่าย จึงได้ร่วมกันอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดไตรภูมิ อีกครั้งหนึ่ง พร้อมร่วมกันถวายนามว่า "พระพุทธมหาธรรมราชา"

หลังจากนั้นต่อมาในวันสารทไทย หรือวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 เจ้าเมืองเพชรบูรณ์จะทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ลงประกอบพิธีดำน้ำเป็นประจำทุกๆปี โดยเชื่อว่าจะทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไพร่ฟ้าประชาชนมีความสุข บ้านเมืองปราศจากจากโรคระบาดคุกคาม จนกลายมาเป็นประเพณีอุ้มพระดำน้ำอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน