ศูนย์ข่าวศรีราชา – ตำรวจภาค 2 รวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย คดีบุกปล้นบ้านนักธุรกิจชาวตุรกีในพัทยา กวาดเงินดิจิทัล USDT เงินสด นาฬิกา Rolex และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่ากว่า 37 ล้านบาท พบทั้งหมดเดินทางออกนอกประเทศแล้ว เร่งประสานทางการจีนและขอออกหมายแดงตำรวจสากลติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี
ความคืบหน้าคดีคนร้าย 3 คน บุกปล้นบ้านพักหรูของนักธุรกิจชาวตุรกี ในหมู่บ้าน CASCADE BY PATTA ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา กวาดทรัพย์สินทั้งเงินดิจิทัล เงินสด นาฬิกาหรู และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 37 ล้านบาท ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 2 รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลจังหวัดพัทยาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 5 รายแล้ว หลังพบทั้งหมดเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี
วันนี้( 10 ต.ค.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ สภ.หนองปรือ เร่งติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดี
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 6 ต.ค. 2569 คนร้ายชาย 3 คน แต่งกายชุดดำและปกปิดใบหน้า พร้อมอาวุธปืนและมีด บุกเข้าไปภายในบ้านพัก ก่อนใช้อาวุธข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย และใช้กุญแจมือควบคุมตัว Mr. KUTAY ASLAN อายุ 34 ปี นักธุรกิจชาวตุรกี พร้อมพนักงานทำความสะอาดชาวเมียนมา
จากนั้นคนร้ายบังคับเอาทรัพย์สิน ประกอบด้วย เงินดิจิทัลสกุล USDT จำนวน 824,000 USDT เงินสด 210,000 บาท นาฬิกา Rolex จำนวน 5 เรือน และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 37 ล้านบาท ก่อนหลบหนีไป
ภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี กระทั่งพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดี ถูกนำไปจอดทิ้งไว้บริเวณซอยจอมเทียน 9 เมืองพัทยา จึงเข้าตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตรวจยึดวัตถุพยานได้ 14 รายการ อาทิ หมวกโม่ง ถุงมือ เสื้อผ้า รองเท้า และบันไดอะลูมิเนียม ส่งตรวจพิสูจน์เพื่อประกอบสำนวนคดี
นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังขยายผลจากคำให้การพยาน ข้อมูล GPS ของรถยนต์ ประวัติการเช่ารถและบ้านพัก ข้อมูลการเข้าพักโรงแรม ตลอดจนประวัติการเดินทางเข้า-ออกประเทศของบุคคลต้องสงสัย ก่อนนำข้อมูลเครื่องแต่งกายมาเปรียบเทียบกับวัตถุพยานที่ตรวจพบ จนสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องได้ 5 ราย ได้แก่
1.Mr. DONG PING อายุ 38 ปี มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการเช่ารถยนต์และบ้านพักให้กลุ่มผู้ก่อเหตุ
2.Mr. LIXINLE อายุ 31 ปี
3.Mr. WANG HONGBO อายุ 32 ปี
4.Mr. MU HONGDA อายุ 33 ปี
5.Mr. ZHIYU WANG อายุ 31 ปี
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา ก่อนศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ตามหมายจับเลขที่ 570–574/2569 ในข้อกล่าวหาร่วมกันปล้นทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ ทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ รวมถึงร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไทยไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างประสานสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน และดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอออกประกาศตำรวจสากลสีแดง (INTERPOL Red Notice) สำหรับติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน ตำรวจยังเร่งสืบสวนขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน โดยเฉพาะเงินดิจิทัลมูลค่าหลายสิบล้านบาท รวมถึงนาฬิกาหรูและทรัพย์สินรายการอื่น เพื่อเร่งติดตามกลับคืนให้ผู้เสียหาย พร้อมตรวจสอบว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุหรือไม่
ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 2 ระบุว่า สามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ภายใน 3 วันหลังเกิดเหตุ โดยจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีต่อไป


