เชียงราย – ไม่น่าเชื่อ..ครูร้องทุจริตงบซ่อมอาคาร-เงินอาหารกลางวันเด็ก โรงเรียนเวียงแก่น เชียงราย ผ่านไปร่วม 10 ปี 1 ทศวรรษ “ป.ป.ช.” เพิ่งชี้มูลความผิดอาญา-วินัย รอชงอัยการสูงสุดดำเนินคดีอีก ขณะที่บางคดีขาดอายุความ-อดีต ผอ./ขรก.ผู้เกี่ยวข้อง ที่โดนชี้มูลเกษียณไปแล้ว
ปีนี้ 2569..สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 5 ได้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณีโครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน บ้านพักครูและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ปีงบประมาณ 2558-2560 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ที่ครูยื่นร้องเรียนเรื่องการใช้งบประมาณปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน,งบประมาณอาหารกลางวัน และงบประมาณซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งผ่านมาเกือบ 10 ปี 1 ทศวรรษ ผู้บริหารหลายคนเกษียณไปแล้ว
กรณี "โครงการจ้างปรับปรุงซ่อมแซมอาคารห้องสหกรณ์โรงเรียน" นั้น ผอ.โรงเรียน(ขณะนั้น) และเจ้าหน้าที่อีก 1 คน มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ,เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต,ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,151,157 และ 162 (1) (4)
นอกจากนี้ยังมีหลายคนคือเจ้าหน้าที่หญิง 1 คน มีมูลความผิดทางอาญาตามมาตรา 157,162 (1) (4), ปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบฯ และฐานประพฤติชั่วอยางร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
ขณะที่เอกชน 1 ราย และบุคคลภายนอก 1 คน ถูกชี้ว่ามีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์ิสินหรือประโยชนอื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ ,สนับสนุนเจ้าพนักงานทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ,ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,151,157,162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86
ส่วน "โครงการว่าจ้างปรับปรุงซ่อมแซมอาคารบ้านพักครูจำนวน 3 หลัง" พิจารณาว่าการกระทำของอดีตผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ชายคนเดิมอีก 1 คน มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,151,157 และ 162 (1) (4) และชี้มูลความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
กรณีนี้เจ้าหน้าที่หญิงคนเดิมถูกชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542
"โครงการจ้างเหมาซ่อมแซมบ้านพักครูรวม 4 หลัง" ระบุว่าอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ชายคนเดิมมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,151,157,162 (1) (4) ฐานความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 123/1
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ชายอีกคน ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) และฐานความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 123/1
"โครงการจ้างเหมาปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน และอาคารสำนักงาน" ที่มีการร้องเรียนบุคลากรทางการศึกษา 6 คน เป็นชาย 4 คนและหญิง 2 คนนั้น ไม่ปรากฎข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าได้กระทำการอันมีมูลความผิดในทางอาญา แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นเอกชน 1 ราย และบุคคลอีก 2 คน ไม่ปรากฎพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิด ให้ข้อกล่าวหาตกไป
อย่างไรก็ตาม การชี้มูลความผิดดังกล่าวนั้น มีหลายคดีที่ขาดอายุความจึงให้ยุติการดำเนินคดีตามฐานความผิดนั้นๆ ขณะที่คดีอาญาที่เหลือทางคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และแจ้งให้ต้นสังกัดได้ดำเนินการทางวินัย รวมทั้งแจ้งให้เขตพื้นที่การศึกษาได้ดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย.


