พระนครศรีอยุธยา - น้ำท่วมชุมชนเกาะเรียนยังน่าเป็นห่วง บ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูกน้ำท่วมสูงราว 1.80–2 เมตร ถนนทางเข้าชุมชนจมใต้น้ำ ชาวบ้านต้องพายเรือเข้าออกเพื่อไปทำงานและค้าขาย เผยน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 3 วัน ขณะที่ผู้สูงอายุต้องได้รับการดูแลใกล้ชิด
วันนี้( 9 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำยังได้รับผลกระทบ แม้มีการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนพระราม 6 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เหลือ 710 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ยังมีมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักไหลมารวมกัน ก่อนมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครและออกสู่ทะเล
จากการลงพื้นที่ชุมชนเกาะเรียนกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลเกาะเรียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา พบว่าบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะชุมชนหมู่ 6 ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำ ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1.80–2 เมตร ถนนทางเข้าชุมชนจมอยู่ใต้น้ำ การเดินทางเข้าออกไม่สามารถใช้เส้นทางตามปกติ ชาวบ้านต้องใช้เรือพายเพื่อไปทำงานและประกอบอาชีพ
นางละออ จิตนาริน อายุ 63 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า น้ำเริ่มเข้าท่วมชุมชนประมาณ 1 สัปดาห์ แม้ปีนี้น้ำจะมาช้ากว่าหลายปีที่ผ่านมา แต่กลับเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว โดยในช่วงเพียง 3 วัน ระดับน้ำสูงขึ้นจนอยู่ที่ประมาณ 1.80 เมตร ส่งผลให้ถนนทางเข้าชุมชนใช้สัญจรไม่ได้ตามปกติ บ้านบางหลังถูกน้ำท่วมถึงพื้นบ้าน ส่วนบ้านที่มีใต้ถุนสูงยังพอใช้พื้นที่ใต้ถุนเก็บสิ่งของได้
นอกจากนี้ ผู้สูงอายุในชุมชนยังต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากการเดินทางด้วยเรือมีความเสี่ยงต่อการพลัดตกน้ำ โดยเทศบาลเมืองเกาะเรียนได้จัดเรือให้ประชาชนยืมใช้ในช่วงน้ำท่วม ขณะที่ชาวบ้านบางรายต้องการโฟมสำหรับรองยกสิ่งของให้พ้นระดับน้ำ เพื่อช่วยลดภาระในการขนย้ายสิ่งของซ้ำ หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก
ส่วนการขอรับความช่วยเหลือและเยียวยา ชาวบ้านระบุว่าได้ยื่นเอกสารแล้ว และได้รับความสะดวกจากเทศบาลเมืองเกาะเรียน ซึ่งปรับขั้นตอนให้ใช้เพียงบัตรประชาชนในการดำเนินการ จากเดิมที่ต้องเตรียมเอกสารและภาพถ่ายประกอบหลายรายการ ช่วยลดความยุ่งยากให้ประชาชนที่กำลังเผชิญผลกระทบจากน้ำท่วม


