xs
xsm
sm
md
lg

สุดดีใจ! พบ“นกกระเรียนไทย”คู่รัก ฟักไข่ออกลูกกลางทุ่งนาบุรีรัมย์ 2 ตัว เตรียมป้องกันถูกรบกวน เผยเคยสูญพันธุ์ไปเมื่อ 50 ปีก่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บุรีรัมย์ – ฮือฮาพบ “นกกระเรียนไทย” คู่รัก เข้ามาอาศัยหากินกลางแปลงนา ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง ก่อนฟักไข่ มีลูกนกเกิดใหม่ 2 ตัว เจ้าของนาสุดดีใจมองเป็นสัญญาณความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน ขณะฝ่ายปกครองเตรียมประสานหน่วยงานด้านอนุรักษ์สัตว์ป่าลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมวางมาตรการป้องกันไม่ให้ถูกรบกวน เผย“นกกระเรียนไทย”เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเคยสูญพันธุ์ไปจากป่าธรรมชาติของไทยเมื่อ 50 ปีก่อนและได้รับการฟื้นฟูเพาะพันธุ์ได้สำเร็จโดยสวนสัตว์นครราชสีมา เริ่มทดลองปล่อยคืนสู่ธรรมชาติครั้งแรกที่ จ.บุรีรัมย์

วันนี้ (8 ต.ค.69) เกิดเรื่องราวน่ายินดีในพื้นที่ ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หลังเกษตรกรเจ้าของแปลงนาขนาด 27 ไร่ พบ “นกกระเรียนไทย” จำนวน 2 ตัว เป็นคู่ตัวผู้และตัวเมีย เข้ามาอาศัยและหากินภายในแปลงนาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพบว่าทั้งคู่ฟักไข่และมีลูกนกกระเรียนเกิดใหม่ถึง 2 ตัว

นายสมใจ รอดจากเข็ญ อายุ 59 ปี เจ้าของแปลงนา เล่าว่า พบเห็นนกกระเรียนทั้ง 2 ตัวครั้งแรกประมาณวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา หลังจากนั้นยังพบว่าทั้งคู่เข้ามาหากิน และอาศัยอยู่บริเวณแปลงนาอย่างต่อเนื่อง จึงสังเกตพฤติกรรมเรื่อยมา กระทั่งช่วง 1–2 วันที่ผ่านมา เมื่อเข้าไปตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง กลับพบว่านกกระเรียนทั้งคู่มีลูกนกเกิดใหม่ 2 ตัว รู้สึกดีใจและประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่คิดว่าแปลงนาของตนเองจะกลายเป็นพื้นที่ที่นกกระเรียนเลือกใช้เป็นแหล่งฟักไข่และเลี้ยงลูก

นายสมใจ บอกอีกว่า รู้สึกภูมิใจที่พื้นที่ของตนได้รับเลือกให้เป็นแหล่งพักพิงของนกกระเรียน และมองว่าเป็นสิ่งสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในพื้นที่ จึงตั้งใจว่าจะช่วยดูแลและหลีกเลี่ยงการเข้าไปรบกวน เพื่อให้นกกระเรียนและลูก สามารถใช้ชีวิตตามธรรมชาติต่อไปได้อย่างปลอดภัย

ภายหลังได้รับแจ้ง นายปรัชญา สุวรรณทา นายอำเภอนางรอง ได้สั่งการให้นายจักร์กฤษ ร่วมกูล ปลัดอำเภอฝ่ายศูนย์ดำรงธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ โดยมีนายสมใจ เจ้าของแปลงนา เป็นผู้นำทางเข้าไปตรวจสอบจุดที่พบ

จากการตรวจสอบพบว่า นกกระเรียนตัวผู้และตัวเมียยังคงอยู่ในพื้นที่ พร้อมลูกนกอีก 2 ตัว โดยลูกนกมีลักษณะเป็นลูกนกที่เพิ่งฟักออกจากไข่ สร้างความประทับใจแก่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่พบเห็น

นายจักร์กฤษ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจึงลงพื้นที่มาตรวจสอบ และพบว่านกกระเรียนคู่ดังกล่าวรวมถึงลูกนก 2 ตัวอยู่ในพื้นที่จริง จากนี้จะรายงานข้อมูลให้นายอำเภอนางรองทราบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการอนุรักษ์นกกระเรียนให้เข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด และกำหนดแนวทางดูแลที่เหมาะสม เบื้องต้นอาจพิจารณากำหนดพื้นที่หรือมาตรการป้องกันการรบกวนชั่วคราว โดยจะต้องหารือและได้รับการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อให้การดูแลเป็นไปตามหลักการอนุรักษ์สัตว์ป่า

ขณะที่นายอำเภอนางรอง ได้ประสานหน่วยงานด้านการเพาะพันธุ์และอนุรักษ์นกกระเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งชนิด พฤติกรรม สภาพพื้นที่ และแนวทางดูแลนกกระเรียนกับลูกนกอย่างเหมาะสม

สำหรับการพบครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะนอกจากจะพบนกกระเรียนเป็นคู่แล้ว ยังพบว่ามีการฟักไข่และมีลูกนกเกิดใหม่ถึง 2 ตัว ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำและพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตและขยายพันธุ์ของสัตว์ป่า

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ที่สนใจ อย่าเข้าใกล้ อย่าส่งเสียงดัง อย่าไล่ต้อน อย่าให้อาหาร และหลีกเลี่ยงการเข้าไปถ่ายภาพในระยะประชิด หากพบเห็นนกกระเรียน ขอให้สังเกตจากระยะห่างและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะช่วงที่ลูกนกยังเล็ก พ่อแม่นกจำเป็นต้องมีพื้นที่สงบในการหาอาหารและดูแลลูก หากถูกรบกวนบ่อยครั้งอาจส่งผลต่อพฤติกรรมตามธรรมชาติ รวมถึงความปลอดภัยของลูกนกได้

สำหรับ “ครอบครัวนกกระเรียน” คู่นี้ สิ่งที่ทุกคนสามารถช่วยกันทำได้ดีที่สุดในเวลานี้ คือ ไม่รบกวนและเว้นระยะให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่ของมันเอง

ทั้งนี้ นกกระเรียนไทย (Eastern Sarus Crane) เป็นนกน้ำขนาดใหญ่ (เป็นนกบินได้ที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงประมาณ 150 - 180 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 5 - 9 กิโลกรัม) เคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของประเทศไทย เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน เนื่องจากการขยายตัวของเมือง การใช้สารเคมีในเกษตรกรรม พื้นที่ชุ่มน้ำเสื่อมโทรมและการถูกล่า ต่อมาปี 2525ได้รับการฟื้นฟูเริ่มโครงการคืนถิ่น และ ในปี 2533 สวนสัตว์นครราชสีมา ได้นำพ่อแม่พันธุ์มาเพาะขยายพันธุ์จนสำเร็จ เริ่มทดลองปล่อยนกกระเรียนไทยคืนสู่ธรรมชาติเป็นครั้งแรกที่พื้นที่ชุ่มน้ำ จ.บุรีรัมย์ เมื่อปี 2554 และมีการปล่อยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันกว่า 100-130 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่สามารถปรับตัวและพบอาศัยอยู่ในพื้นที่เกษตรอินทรีย์และทุ่งนาของชาวบ้าน นกกระเรียนไทย เป็นหนึ่งในสัตว์ป่าสงวนของไทย ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า