ศูนย์ข่าวศรีราชา - คบอ. ร่วมสำนักบริการวิชาการ และวิทยาลัยนานาชาติ ม.บูรพา ร่วมทั้งภาคีเครือข่าย จัดอบรม "แผนรับมือภัยพิบัติที่ครอบคลุมคนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หวังสร้างสังคมแห่งโอกาสและความเท่าเทียม ขณะนายก ส.คนพิการตะวันออก กระตุ้นรัฐใส่ใจคนพิการหลังภัยพิบัติ น้ำท่วมทำเดือดร้อนถ้วนหน้า
วันนี้ (8 ต.ค.) ศาสตราจารย์ ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นประธานเปิดการอบรม “แผนรับมือภัยพิบัติที่ครอบคลุมคนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” (Disability-Inclusive Disaster Risk Reduction Plan of Local Governments) ซึ่งจัดโดยเครือข่ายบริการวิชาการสถาบันอุดมศึกษาไทย (คบอ.) ร่วมกับสำนักบริการวิชาการ และวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา พร้อมภาคีความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทักษะอนาคต ระหว่างวันที่ 8–9 ต.ค. 2569 ณ ห้องประชุม 203 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยบูรพา
ภายในงานมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และประธานเครือข่ายบริการวิชาการสถาบันอุดมศึกษาไทย (คบอ.) นายอดิศักดิ์ เกียรติไกรวัลศิริ ประธานกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา และ ผศ.ดร.สมพงษ์ อัศวริยธิปัติ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก สมาชิก คบอ. ภาคตะวันออก เข้าร่วม
นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก สมาคมคนพิการภาคตะวันออก ศูนย์ส่งเสริมทักษะชีวิตบุคคลออทิสติก จ.ชลบุรี กลุ่มสมาชิกคนหูหนวกภาคกลาง สมาคมคนพิการจังหวัดสมุทรสาคร สมาคมส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนตาบอด ชลบุรี โรงเรียนโสตศึกษาชลบุรี และเทศบาลเมืองแสนสุข
ดร.พีรพัฒน์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายส่งเสริมสังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม พัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ และบูรณาการระบบความคุ้มครองทางสังคม ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงลดความทับซ้อนของมาตรการ สิทธิประโยชน์ และปัญหาการตกหล่นของกลุ่มเปราะบาง
พร้อมนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและคุณค่าร่วมกัน (USR towards Creative Shared Value)
ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องเผชิญภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ ทั้งอุทกภัย วาตภัย ภัยแล้ง ไฟไหม้ รวมถึงภัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะคนพิการที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การเตรียมความพร้อม การอพยพ และการเข้าถึงบริการช่วยเหลือในภาวะฉุกเฉิน
ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีบทบาทโดยตรงในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่และมีข้อมูลเชิงพื้นที่ จึงเป็นกลไกสำคัญในการจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติที่คำนึงถึงคนพิการอย่างเป็นระบบ
“การจัดการภัยพิบัติต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะคนพิการ ต้องไม่ถูกทิ้งไว้ภายใต้ข้อจำกัดของระบบหรือแผนงานที่ไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างของประชาชน” ดร.พีรพัฒน์ กล่าว
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ภารกิจของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตบัณฑิตหรือสร้างงานวิจัย แต่ยังรวมถึงการนำองค์ความรู้ไปทำงานร่วมกับพื้นที่ ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านการบริการวิชาการ การวิจัย การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
จึงหวังว่าการจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติในอนาคตจะเปิดพื้นที่ให้คนพิการและองค์กรของคนพิการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะการออกแบบนโยบายหรือแผนงานที่เกี่ยวข้องกับคนพิการจำเป็นต้องรับฟังเสียง ประสบการณ์ และความต้องการของคนพิการ
เมื่อมหาวิทยาลัย ท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และประชาชน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเข้มแข็ง จะนำไปสู่ระบบรับมือภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และสร้างชุมชนที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย เข้าถึงได้ และเป็นธรรมสำหรับทุกคน
ขณะที่ ดร.ณรงค์ ไปวันเสาร์ นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องนำข้อเสนอและสิ่งที่มีการเสวนาไปสู่การปฏิบัติจริง เนื่องจากภัยพิบัติในปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะ จ.ชลบุรี ซึ่งมีทั้งพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและพื้นที่อุตสาหกรรม
สิ่งที่ต้องดำเนินการคือการบูรณาการระหว่างองค์กรคนพิการกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีแผนที่ชัดเจนว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติจะอพยพคนพิการอย่างไร นำไปไว้ที่ใด และสถานที่อพยพมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับคนพิการหรือไม่ รวมถึงการดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องใช้ออกซิเจน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ
“ในฐานะสภาคนพิการ จ.ชลบุรี ที่ผ่านมา ยังไม่มีใครเข้ามาถามเราเลยว่า ในสถานการณ์น้ำท่วม คนพิการในพื้นที่ยังอยู่ดีหรือไม่ เรื่องนี้น่าหดหู่มาก ประเทศไทยใช้งบประมาณในการจัดการภัยพิบัติจำนวนมาก แต่กลับไม่มีใครถามถึงคนพิการเลย”
ดร.ณรงค์กล่าวอีกว่า จ.ชลบุรียังโชคดีที่ระดับน้ำท่วมที่ผ่านมาไม่สูงถึงหัวเข่า ทำให้ผู้ป่วยติดเตียงยังสามารถพักอาศัยอยู่ได้ จึงยังไม่เกิดเหตุรุนแรง แต่สิ่งที่อยากฝากถึงผู้บริหารและหน่วยงานภาครัฐ คือการจัดการภัยพิบัติในอนาคตควรบูรณาการร่วมกับคนพิการตั้งแต่การวางแผน เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถเข้าถึงทุกคนได้อย่างแท้จริง


