ฉะเชิงเทรา - มวลน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองสียัดล้นสปิลเวย์ ไหลเข้าท่วมพื้นที่ตอนล่างใน อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา นานเกือบ 10 วัน ส่งผลให้น้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำและมีกลิ่นเน่าเหม็นรุนแรง ชาวบ้านวอนหน่วยงานเร่งระบายน้ำ หวั่นน้ำเน่าเสียกระทบสุขอนามัย ขณะที่บางครอบครัวระบุยังไม่ได้รับถุงยังชีพ แม้ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วม
วันนี้( 8 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่รับน้ำตอนล่างจากอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ซึ่งล้นทางระบายน้ำฉุกเฉิน (สปิลเวย์) และไหลลงสู่พื้นที่ อ.บางคล้า ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง โดยบางจุดมีน้ำท่วมขังนานเกือบ 10 วัน ล่าสุดน้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำและมีกลิ่นเหม็นคล้ายการเน่าเสียอย่างรุนแรง จนชาวบ้านในพื้นที่ ต.เสม็ดเหนือ และ ต.เสม็ดใต้ ได้รับผลกระทบจากกลิ่นที่กระจายไปทั่วบริเวณ
นายสันต์ ศรีเจริญ อายุ 74 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.เสม็ดใต้ กล่าวว่า น้ำเริ่มไหลเข้าพื้นที่ประมาณ 9-10 วันก่อน และราว 5 วันที่ผ่านมาเริ่มสังเกตเห็นว่าน้ำเปลี่ยนเป็นสีดำและมีกลิ่นเหม็นคล้ายของเน่าเสีย โดยกลิ่นมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน แม้กระแสน้ำยังคงไหลอยู่ ไม่ได้เป็นน้ำที่หยุดนิ่ง จึงไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
นายสันต์กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและหาทางแก้ไข หรือเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชน แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่บางจุดกระแสน้ำยังไหลแรง โดยเฉพาะบริเวณที่น้ำไหลตัดผ่านถนนทางเข้าวัดใหม่บางคล้า หรือวัดบางสวน
ขณะที่ น.ส.ปทุมวรรณ คำศรี อายุ 29 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ต.เสม็ดใต้ เปิดเผยว่า บริเวณบ้านยังมีน้ำท่วมสูงระดับเอว ต้องใช้เรือหรือแผ่นโฟมพายเข้า-ออก และยังมีสมาชิกในครอบครัวพักอาศัยอยู่ด้วยกัน 8 คน แต่ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 วัน ยังไม่ได้รับถุงยังชีพจากหน่วยงานรัฐ โดยได้รับเพียงข้าวกล่องประมาณ 5 ครั้ง
น.ส.ปทุมวรรณกล่าวว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกสะเทือนใจคือในแต่ละวันเห็นถุงยังชีพถูกลำเลียงผ่านถนน 304 บริเวณหน้าบ้านหลายครั้ง ขณะที่ครอบครัวของตนซึ่งมีผู้ประสบภัยอยู่ถึง 8 คนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ พร้อมระบุว่านอกจากความเดือดร้อนจากน้ำท่วมแล้ว ขณะนี้น้ำยังเปลี่ยนเป็นสีดำและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง อีกทั้งมีปลิงเข้ามาเกาะตามขาระหว่างเดินลุยน้ำเข้า-ออกบ้าน ทำให้เกิดความหวาดกลัวและกังวลเรื่องสุขอนามัย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่
ด้าน นายกิตติพงศ์ สีเหลือง นายก อบต.เสม็ดใต้ กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนในขณะนี้ อบต.ได้รับสิ่งของมาจำนวนจำกัด จึงเน้นนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่อยู่ด้านในและห่างจากถนนใหญ่ ซึ่งการเดินทางเข้าถึงทำได้ยากและการนำอาหารเข้าไปช่วยเหลือไม่สะดวก ส่วนพื้นที่ใกล้ถนนใหญ่จะทยอยเข้าไปช่วยเหลือในลำดับต่อไป โดยยืนยันว่าจะพยายามกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง
นายก อบต.เสม็ดใต้ยอมรับว่า ขณะนี้ในพื้นที่เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและมีกลิ่นรุนแรงจริง ส่วนมีสารหรือสิ่งปนเปื้อนใดอยู่ในน้ำหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบและจำเป็นต้องตรวจสอบ ขณะที่ระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่องมาแล้วประมาณ 3 วัน จึงจะประสานกรมชลประทานเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ เนื่องจากคลองส่วนใหญ่เป็นพื้นที่รับผิดชอบของกรมชลประทาน
เบื้องต้น อบต.เคยเตรียมแนวทางทำก้อนอีเอ็มเพื่อนำไปหว่านในพื้นที่เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำเน่าเสีย แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจดำเนินการไม่ทัน จึงเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชลประทาน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ ขณะที่ความเสียหายจากน้ำท่วมคาดว่ากระทบประชาชนเป็นวงกว้าง ทั้งเครื่องนอน เตียง โต๊ะ ตู้ และสิ่งของภายในบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก
สำหรับการรองรับผู้ประสบภัย อบต.เสม็ดใต้ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวที่โรงเรียนหนองโสน ซึ่งใช้พื้นที่อาคาร 4 ชั้นรองรับประชาชนที่ไม่สามารถพักอาศัยอยู่ในบ้านได้
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางปะกง ยังคงได้รับผลกระทบหลายอำเภอ ทั้ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา พนมสารคาม แปลงยาว ราชสาส์น และบ้านโพธิ์ ขณะที่พื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว คลองเขื่อน และบางคล้า ยังมีน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตรในบางจุด เนื่องจากเป็นพื้นที่รับมวลน้ำจาก จ.ปราจีนบุรี และนครนายก ซึ่งยังมีน้ำจากเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ไหลผ่านเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


