พระนครศรีอยุธยา - สถานการณ์น้ำท่วมใน อยุธยา ยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ชุมชนวัดบ้านเลนสระกระจับ อ.บางปะอิน ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่า 2 สัปดาห์ บางรายต้องย้ายมาพักบนศาลาริมถนน เนื่องจากไม่มีเรือใช้
วันนี้( 8 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบรวม 16 อำเภอ 205 ตำบล 1,361 หมู่บ้าน 68 ชุมชน รวม 61,365 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 รายในพื้นที่ อ.เสนา
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจชุมชนวัดบ้านเลนสระกระจับ หมู่ 9 ต.บ้านโพ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชุมชนติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีบ้านเรือนประชาชนกว่า 100 หลังคาเรือน พบว่าถนนทางเข้าออกชุมชนถูกน้ำท่วมจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะ ขณะที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประชาชนต้องนำไปจอดไว้ริมถนนทางหลวงหมายเลข 3477 อยุธยา-บางปะอิน
นายกิตติชัย ภาคทับศรี อายุ 41 ปี ชาวบ้านในชุมชน เปิดเผยว่า พื้นที่แห่งนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี เมื่อระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจะย้ายออกมาอยู่บริเวณศาลาริมถนน โดยครั้งนี้มาอาศัยอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว เนื่องจากที่บ้านไม่มีเรือ จึงต้องมาพักอยู่ที่ศาลา และคอยช่วยดูแลรถของชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนการกลับเข้าไปดูบ้านต้องอาศัยยืมเรือของเพื่อนบ้านเข้าไปตรวจสอบเป็นระยะ
นายกิตติชัย กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำเหลืออีกประมาณ 1 ศอกจะถึงพื้นชั้น 2 ของบ้าน ส่วนบ้านที่อยู่พื้นที่ต่ำบางหลังน้ำเข้าถึงตัวบ้านแล้ว ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านและใช้เรือเดินทางเข้าออกเพื่อไปทำงานและทำธุระต่าง ๆ
ด้านนางภัคมน อยู่พิภัฒน์ อายุ 43 ปี เปิดเผยว่า ระดับน้ำในชุมชนขณะนี้สูงเกือบ 2 เมตร และเริ่มท่วมมาตั้งแต่คืนวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา รวมแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ โดยช่วงแรกชาวบ้านพยายามขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง แต่บางครั้งน้ำเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง น้ำสูงขึ้นถึง 50 เซนติเมตร ทำให้หลายครอบครัวขนของไม่ทัน
“ปีนี้น้ำมาเร็วมาก ปกติน้ำจะค่อย ๆ ขึ้น แต่ครั้งนี้ขึ้นพรวดเดียว ตอนนี้ก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ลงคืบขึ้นศอก อยู่แบบนี้ตลอด ลงน้อยแต่ขึ้นเยอะ ทำให้คนในชุมชนเดือดร้อนกันหมด” นางภัคมนกล่าว
นางภัคมน กล่าวว่า น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการทำงานอย่างมาก ชาวบ้านจำนวนมากทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ต้องเผื่อเวลาเดินทาง หากเส้นทางถูกน้ำท่วมจนผ่านไม่ได้ก็ต้องอ้อมไปใช้เส้นทางอื่น ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้น ขณะที่บางรายต้องพายเรือเข้าออกชุมชน และต้องวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพราะหากลืมสิ่งของหรือธุระสำคัญก็จะต้องเสียเวลาพายเรือกลับเข้าออกอีกครั้ง
นอกจากนี้ บางครอบครัวต้องหยุดหรือลางานเพื่อกลับมาขนย้ายและยกสิ่งของขึ้นที่สูง หลังจากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก แม้ก่อนหน้านี้จะยกพื้นหนีน้ำไว้แล้วก็ตาม โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็ก ต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่พื้นที่วัดและศาสนสถานก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน พระสงฆ์ต้องช่วยกันทำแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำ
ชาวบ้านระบุว่า เข้าใจว่าพื้นที่เป็นพื้นที่รับน้ำและจำเป็นต้องมีการระบายน้ำ แต่ต้องการให้มีการบริหารจัดการและแจ้งเตือนที่ทำให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ทัน เพราะการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบต่อทั้งบ้านเรือน การเดินทาง การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน


